Traditional Christmas Dinner ประวัติอาหารมื้อประจำคริสต์มาสดินเนอร์ ตอนที่ 2

ตูดไก่งวงอยู่ตรงไหน?

Traditional Christmas Dinner ประวัติอาหารมื้อประจำคริสต์มาสดินเนอร์ ตอนที่ 2

ส่วนนูนๆที่ยื่นออกมาตรงปลายก้นไก่งวงที่ถอนขนแล้วมีชื่อในทางกายวิภาคว่ากระดูกปลายหาง (pygostyle มาจากคําในภาษากรีกที่แปลว่า “แกนสะโพก”) อวัยวะนี้อยู่ตรงปลายกระดูกสันหลังซึ่งเป็นส่วนที่ยึดขนหางไว้ เมื่อหลายล้านปีก่อนมันคือสิ่งที่ทําให้บรรพบุรุษของนกสมัยใหม่ได้เปรียบพวกที่หางเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เพราะโครงสร้างที่มั่นคงนี้ช่วยควบคุมการบินได้ดีกว่า (แต่ไก่งวงก็บินไม่เก่ง นี่คือสาเหตุที่พวกมันกลายเป็นเหยื่อชั้นดีของชาวยุโรปผู้มาลงหลักปักฐานในอเมริกา) Continue reading Traditional Christmas Dinner ประวัติอาหารมื้อประจำคริสต์มาสดินเนอร์ ตอนที่ 2

Bon Appétit ต้นกำเนิดเมนูอาหารอิตาลีจานเด็ด ตอนที่ 2

คาร์โบนารา: ซอสพาสตาแห่งการปฏิวัติ

คาร์โบนารา: ซอสพาสตาแห่งการปฏิวัติ

สปาเกตตีคาร์โบนารา (spaghetti carbonara) ตัวซอสทําจากเบคอน ไข่ กระเทียม และพริกไทยดํา ถือเป็นหนึ่งในอาหารพาสตาที่โด่งดังที่สุด จะเป็นรองก็เพียงสปาเกตตีโบโลญเญส ชื่อ คาร์โบนารา มีที่มาจาก คําในภาษาอิตาลีที่แปลว่า “ถ่านหิน” นําไปสู่ทฤษฎีที่เชื่อว่าอาหารจานนี้ ริเริ่มขึ้นในฐานะอาหารบํารุงกําลังสําหรับคนเผาถ่านผู้ทํางานในป่ารอบกรุงโรม แต่อีกทฤษฎีหนึ่งบอกว่าเพราะพริกไทยดําปริมาณมากที่ใส่ในอาหารจานนี้ดูเหมือนเศษถ่าน และนี่จึงเป็นที่มาของชื่อ Continue reading Bon Appétit ต้นกำเนิดเมนูอาหารอิตาลีจานเด็ด ตอนที่ 2

การล่าแม่มดที่ซาเล็ม กรณีล่าแม่มดที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์

การล่าแม่มดที่ซาเล็ม กรณีล่าแม่มดที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์

นับจากกรณีการไล่ล่าแม่มดของเจมส์ที่ 6 นี้เอง จึงทําให้กระแสตื่นตัวกับการกับแม่มดเกิดขึ้นทั่วไป โดยอาศัยกฎหมายการกระทําอันเป็นแม่มดที่ตราขึ้นจากอังกฤษ สกอตแลนด์ ข้ามไปสู่ฝรั่งเศส เยอรมัน จากนั้นจึงแพร่กระจายไปตามที่ต่างๆทั่วทั้งยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดาอีกด้วย เนื่องจากการไล่ล่าแม่มดในช่วงเวลานั้นถือเป็นสิ่งถูกกฎหมายโดยมีกฎหมายการกระทําอันเป็นแม่มดรองรับนั่นเอง และจากการเกิดเหตุการณ์จับและเผาแม่มดกระจายกันไปทั่วเช่นนี้จึงได้มีการเรียกช่วงเวลานั้นกันว่า “ฌาปนากาล (The Burning Times)” ตามวิธีการประหารชีวิตผู้ที่ถูก กล่าวหาว่าเป็นพ่อมดแม่มดที่ใช้กันมากที่สุดก็คือการเผาทั้งเป็น Continue reading การล่าแม่มดที่ซาเล็ม กรณีล่าแม่มดที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์

เหตุการณ์ที่ เรนน์ เลอ ชาโต Rennes le Chateau หลังการปฎิวัติในฝรั่งเศส

เรนน์ เลอ ชาโต

ภายหลังจากที่การปฏิวัติสําเร็จลงในปี ค.ศ. 1799 ทรัพย์สมบัติของเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางต่างๆต้องถูกยึดเข้ารัฐไปจนหมดสิ้น ซึ่ง เรนน์ เลอ ชาโต ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ถูกชาวบ้านบุกเข้ายึด และเข้าไปรื้อค้นเพื่อหาทรัพย์สมบัติและสิ่งล้ำค่าตามคําเล่าลือ แต่ก็ไม่มีใครพบสมบัติล้ำค่าดังที่ว่าเลยสักรายเดียว มีเพียงทรัพย์สินเงินทองหรือของตกแต่งบางอย่างที่พอจะมีราคาค่างวดบ้างเท่านั้นที่สามารถหยิบติดมือไปได้ โดยที่ไม่มีใครสนใจเลยว่าบนแผ่นหินเหนือหลุมฝังศพของแมรี เดอ เนรเกร ดาเบลส นั้น ได้สลักข้อความอะไรเอาไว้ และที่ฐานเสาหินโบราณต้นหนึ่งในโบสถ์พระ บิกได้ซ่อนอะไรเอาไว้ Continue reading เหตุการณ์ที่ เรนน์ เลอ ชาโต Rennes le Chateau หลังการปฎิวัติในฝรั่งเศส

การล่มสลายของ Knights Templar กลุ่มอัศวินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 13

Knights Templar Death

ธุรกิจอันเฟื่องฟูเหล่านี้ของ ไนต์ส เทมปลาร์ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้า หากไม่มีคริสตจักรคอยหนุนหลังอยู่ นอกจากนี้คริสตจักรก็ยังเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่ม ไนต์ส เทมปลาร์ ด้วยการยกเว้นภาษีหรือเงินอุดหนุนศาสนา ซึ่งประชาชน ขุนนาง และเชื้อพระวงศ์ต่างๆ ต่างก็ต้องจ่ายเงินเหล่านั้นให้แก่ทางศาสนจักรเป็นธรรมเนียมอีกด้วย และไม่เพียงได้รับการยกเว้นภาษีหรือเงินอุดหนุนเหล่านี้เท่านั้น บางครั้งไนต์ส เทมปลาร์ ยังทําหน้าที่เป็นคนคอยเก็บภาษีและทวงเงินอุดหนุนที่ติดค้างจากกษัตริย์และขุนนางต่างๆที่ชอบค้างภาษีให้แก่ฝ่ายศาสนจักรด้วยเช่นกัน Continue reading การล่มสลายของ Knights Templar กลุ่มอัศวินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 13

ข้อสันนิษฐานเรื่องรูปภาพของ Black Madonna กับแมรี่ แมกดาลีน

Black Madonna

นักค้นคว้าเรื่องราวของ ไนต์ส เทมปลาร์ ส่วนใหญ่เชื่อว่า แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว ไม่ได้เพิ่งจะให้การรับรอง ไนต์ส เทมปลาร์ ในช่วงหลังนี้ แต่เข้ามาตั้งแต่ก่อนจะมี ไนต์ส เทมปลาร์ เกิดขึ้นแล้ว และยังเป็นผู้ร่วมกันคิดวางแผนกับ เคาน์ต แห่งแชมเปญ, ฮิวก์ คองต์ แห่งแชมเปญ และ ฮิวจ์สแห่ง เปยังส์ ในการทําภารกิจลับที่เยรูซาเล็ม กระทั่งเกิดไนต์ส เทมปลาร์ ขึ้นนั่นเอง Continue reading ข้อสันนิษฐานเรื่องรูปภาพของ Black Madonna กับแมรี่ แมกดาลีน

ตำนานของ Knights Templar อัศวินแห่งวิหารโซโลมอน

Knights Templar

กล่าวถึงเรื่องราวของอัศวินเร้นลับและชวนฉงนจนถูกกล่าวขานกันมากที่สุดก็คือกลุ่มอัศวินที่เรียกว่า ไนต์ส เทมปลาร์ (Knights Templar) คําว่า “เทมปลาร์ (Templar)” นี้มีความหมายเดียวกันกับคําว่า “เทมเปิล (Temple)” แปลว่า “วิหาร” มาจากชื่อที่พวกเขาใช้เรียกตัวเองว่า “อัศวินผู้ยากไร้แห่งพระคริสต์และวิหารแห่งโซโลมอน (The Poor Knights of Christ and the Temple of Solomon)” ชื่อนี้มาจากชื่อของสถานที่ซึ่งอัศวินกลุ่มนี้ใช้เป็นที่ปักหลักอาศัยภายหลังจากเข้าร่วมกับกองทัพชาวคริสต์บุกเข้ายึดครองกรุงเยรูซาเล็มมาจากชาวมุสลิมได้สําเร็จในสงครามครูเสด (Crusade Wars) ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1099 ซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณภูเขาวิหาร หรือ เทมเปิล เมาต์ (Temple Mount) ที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งโซโลมอน (Temple of Solomon) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ Continue reading ตำนานของ Knights Templar อัศวินแห่งวิหารโซโลมอน

เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 3

การวาดภาพด้วยแสงอาทิตย์

อีกทฤษฎีหนึ่งซึ่งมีการเสนอขึ้นมาก็คือการทําให้เกิดรูปภาพโดยใช้แสงอาทิตย์แผดเผาให้เกิดเป็นร่องรอยและโครงร่างของสิ่งต่างๆบนผืนผ้า ทฤษฎีนี้ถูกเสนอโดย นาธาน วิลสัน (Nathan Wilson) ซึ่งมีอาชีพเป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียนนิว เซนต์ แอนดรูว์ (New St. Andrew School) วิลสันทดลองวิธีการดังกล่าวโดยนําเอาวัตถุบางอย่างไปทาบกับผืนผ้าลินิน แล้วปล่อยให้แสงแดดแผดเผาผ่านแผ่นกระจกเพื่อเพิ่มความร้อนเป็นเวลานาน 10 วัน เมื่อนําวัตถุออกจากผืนผ้าก็จะเกิดเป็นรูปร่างของวัตถุที่ทาบไว้ถ่ายลงบนผืนผ้า โดยสามารถเห็นรายละเอียดของวัตถุนั้นเป็นภาพรางๆติดอยู่ด้วย เขาจึงเรียกวิธีการนี้ว่า “การวาดภาพด้วยแสงอาทิตย์” (อ่าน เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 2) Continue reading เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 3

เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 2

Camera Obscura

นอกจากนี้ทางคณะสเติร์ปยังพยายามจะศึกษาเพื่อค้นหาวิธีการที่คนในยุคนั้นนํามาใช้ในการสร้างภาพให้ปรากฏขึ้นบนผ้าห่อพระศพผืนนี้ให้ได้อีกด้วย แต่ก็ไม่สามารถค้นพบวิธีการใดที่เป็นไปได้ จนกระทั่งในอีกเกือบ 10 ปีต่อมา ข้อสรุปของทีมสเติร์ปก็ยิ่งเป็นที่ประจักษ์มากยิ่งขึ้นอีก เมื่อมีคณะทํางานอีกชุดหนึ่งเข้ามาทําการสานต่องานของสเติร์ปในปี ค.ศ. 1988 คณะทํางานชุดนี้เป็นการรวมตัวของคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) มหาวิทยาลัยแห่งอริโซนา (University of Arizona) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส (Swiss Federal Institute of Technology) ได้จับมือกันศึกษาภาพบนผ้าห่อพระศพผืนดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง (อ่าน เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 1) Continue reading เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 2

เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 1

Shroud of Turin

กล่าวถึงเรื่องความเชื่อนั้นคงไม่มีอะไรในจักรวาลจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะความเชื่อสามารถบัญชาให้ใครทําอะไรก็ได้แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหนก็ตาม เมื่อมนุษย์เชื่อว่าสามารถบินได้อย่างนก มนุษย์ก็จะทดลองแล้วทดลองเล่า แม้ว่าหลายคนต้องจบชีวิตลงเพราะการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความเชื่อนี้ได้ จนทุกวันนี้มนุษย์ก็สามารถบินลัดฟ้าข้ามทวีปข้ามทะเลมหาสมุทร หรือแม้แต่ทะยานออกไปสู่นอกโลกยิ่งกว่านกก็ยังทําได้เพราะอานุภาพของความเชื่อนี่เอง แล้วถ้าหากความเชื่อของคนในสังคมเกิดขึ้นพร้อมกันล่ะ มันจะมีอานุภาพรุนแรงขนาดไหน? Continue reading เรื่องลึกลับของตำนานผ้าห่อพระศพ และพระพักตร์พระเยซูที่เมืองตูริน ตอนที่ 1

หีบแห่งพันธสัญญาในคัมภีร์ไบเบิลที่หายสาบสูญ

Ark of the Covenant

กล่าวถึงเรื่องเร้นลับที่คนทั่วโลกนับแต่อดีตจนปัจจุบันให้ความสนใจและถกเถียงกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ “อาร์ค ออฟ เธอะ คัฟเวแนนต์ (Ark of the Covenant)” หรือ หีบแห่งพันธสัญญา แต่บ้างก็เรียกว่า “อาร์ค ออฟ เธอะ เทสติโมนี (Ark of the Testimony)” หรือ หีบแห่งหลักฐาน พยาน” เนื่องจากที่หีบดังกล่าวเป็นหลักฐานพยานแสดงว่าพระเจ้าให้คํามั่นสัญญาจะดูแลปกป้องผู้ประพฤติปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์อย่างเคร่งครัด Continue reading หีบแห่งพันธสัญญาในคัมภีร์ไบเบิลที่หายสาบสูญ

Traditional Christmas Dinner ประวัติอาหารมื้อประจำคริสต์มาสดินเนอร์ ตอนที่ 1

ใครเป็นคนคิดค้นคริสต์มาสดินเนอร์?

Traditional Christmas Dinner ประวัติอาหารมื้อประจำคริสต์มาสดินเนอร์ ตอนที่ 1

หากจะพูดคุยเรื่องงานเลี้ยงกัน หัวข้อไหนจะดีไปกว่างานเลี้ยงคริสต์มาสดินเนอร์ตามประเพณี มันคือมื้ออาหารประจําปีที่สําคัญที่สุด (และมีแคลอรีสูงสุด) สําหรับคนส่วนใหญ่ แต่ทําไมเราถึงอยากเชิญญาติที่ไม่ค่อยชอบหน้ามารวมตัวกันแล้วใช้เวลาทั้งวันทําอาหารเลี้ยงพวกเขา? นั่นเพราะคุณอยากเห็นพวกเขาท้องแตกตายใช่ไหม? Continue reading Traditional Christmas Dinner ประวัติอาหารมื้อประจำคริสต์มาสดินเนอร์ ตอนที่ 1

Bon Appétit ต้นกำเนิดเมนูอาหารอิตาลีจานเด็ด ตอนที่ 1

กําเนิดพาสตา

Bon Appétit ต้นกำเนิดเมนูอาหารอิตาลีจานเด็ด ตอนที่ 1

หนึ่งในตํานานอันยิ่งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับอาหารคือเรื่องที่ มาร์โก โปโล กลับจากราชสํานักของกุบไลข่านในปี 1295 และนําพาสตากลับมายังอิตาลีด้วย แต่ความจริงชาวอิตาลีกินพาสตาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว รายการสมบัติของผู้วายชนม์นาม ปอนซิโอ บัสโตเน (Ponzio Bastone) ที่เขียนขึ้นในปี 1279 มี “มักกะโรนีแห้ง 1 ตะกร้า” รวมอยู่ในรายการด้วย บ่งบอกว่าพาสตาเป็นอาหารที่มีมานานและมีค่ามากตั้งแต่ก่อน มาร์โก โปโล จะกลับจากการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ไปยังโลกตะวันออก Continue reading Bon Appétit ต้นกำเนิดเมนูอาหารอิตาลีจานเด็ด ตอนที่ 1

For meat lover ประวัติความเป็นมาของเมนูเนื้อจานเด็ด ตอนที่ 4

แฟกกอต (Faggot) อาหารยิดนิยมที่เปรียบเสมือนเรื่องตลกร้ายในยุคกลาง

แฟกกอต (Faggot) 

ปัจจุบัน แฟกกอต (faggot) เป็นคําสแลงอเมริกันที่มีความหมายเชิงลบสื่อถึงคนรักร่วมเพศ กลบความหมายเดิมที่ใช้ในฐานะชื่ออาหารอังกฤษยอดนิยม แฟกกอตเป็นอาหารที่จัดว่าอยู่ตรงกลางระหว่างไส้กรอกกับลูกชิ้นเนื้อ ทําโดยนําเศษเนื้อมาสับแล้วผสมกับเครื่องในเกล็ดขนมปังและหอมใหญ่ มักเสิร์ฟพร้อมน้ำเกรวี่ Continue reading For meat lover ประวัติความเป็นมาของเมนูเนื้อจานเด็ด ตอนที่ 4

For meat lover ประวัติความเป็นมาของเมนูเนื้อจานเด็ด ตอนที่ 3

ต้นตำหรับสเต็กทาร์ทาร์ (Steak Tartare)

ต้นตำหรับสเต็กทาร์ทาร์ (Steak Tartare)

สเด็กทาร์ทาร์ (steak tartare) ทําจากเนื้อบดหรือสับละเอียด หลักๆเป็นเนื้อวัวแต่บางทีก็ใช้เนื้อกวาง แต่ในบางประเทศจะใช้เนื้อม้า บางครั้งจะหั่นเป็นเส้นและทุบจนแบน จากนั้นก็ทาซอสให้ชุ่มก่อนนําไปแช่เย็นแล้วเสิร์ฟดิบ บ่อยครั้งแต่งหน้าด้วยไข่แดงที่ดิบพอกัน Continue reading For meat lover ประวัติความเป็นมาของเมนูเนื้อจานเด็ด ตอนที่ 3

ชื่นชมความอลังการของสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน ‘กําแพงหมื่นลี้’

wanli-changcheng

กําแพงหมื่นลี้
The Great wall

ได้ย้อนเวลากลับไปราว 2,500 ปีเพื่อชมกําแพงเมืองจีนหรือ Wanli Changcheng คือ สมบัติที่น่าภาคภูมิใจของชนชาติจีน ตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลามาหลายยุคหลายสมัย ผ่านมาแล้วหลายราชวงศ์ ถือว่าเป็น 1 ใน 3 สัญลักษณ์ประเทศจีน (อีก 2 แห่งคือพระราชวัง ต้องห้ามและสุสานทหารดินเผาของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้) ในปัจจุบันกําแพงเมืองจีนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้วในปี ค.ศ.1987

การก่อสร้างเริ่มแรกประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาลโดยเป็นการสร้างแยกของแต่ละนครรัฐในสมัยนั้นเพื่อป้องกันการรุกรานของชนเผ่าอื่นทางตอนเหนือของประเทศ แต่ภายหลังที่จักรพรรดิจีนซีฮ่องเต้ (Qinshihuang) ได้รวบรวมนครรัฐต่างๆกลายเป็นปึกแผ่น ราว 221-220 ปีก่อนคริสตกาล จึงได้เชื่อมเอากําแพงเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อใช้ป้องกันประเทศ ส่วนราชวงศ์ยุคต่อๆมาก็สร้างขยายความยาวของกําแพงต่อเรื่อยๆ จนมาจบที่ราชวงศ์หมิง กำแพงบางส่วนตัดผ่านกันและบางส่วนไม่มีการเชื่อมต่อแต่อาศัยแนวภูเขาตรงช่วงนั้น ทําหน้าที่แทนกําแพงและแน่นอนกําแพงนี้ใช้แรงงานหลายแสนหลายล้านคนและล้วนถูก 1แรงงานอย่างทารุณท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บเพื่อสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ Continue reading ชื่นชมความอลังการของสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน ‘กําแพงหมื่นลี้’

ลัดเลาะเที่ยวยังตำหนักต่างๆในพระราชวังฤดูร้อน

พระราชวังฤดูร้อน

-พระราชวังฤดูร้อน-

  • Hall of Happiness and longevity
    Leshou Tang

จากโรงละครเมื่อเดินออกประตูทางเดิมที่เช็คตัวช่วงนี้เส้นทางดสับสนเล็ก จะหาทางไปต่อไม่เจอเพราะหมู่อาคารบดบังทางเดิน เลยใช้วิธีเดินตามคนหมู่มากจะผ่านตําหนัก Hall of Happiness and longevity ปี ค.ศ. 1750 เป็นตําหนักที่ประทับของ ซูสีไทเฮา สร้างในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ตัวตําหนักไม่ได้เปิดให้ชมภายใน เป็นอาคารเดียวที่ดูเรียบง่ายและไม่โดดเด่นคล้ายกับศาลาอื่นๆ Continue reading ลัดเลาะเที่ยวยังตำหนักต่างๆในพระราชวังฤดูร้อน

เขาเซียงซาน อีกหนึ่งสถานที่ในประวัติศาสตร์ที่น่าเดินทางมาชม

– ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่ง-

เขาเซียงซาน
(Xiangshan Park)

เขาเซียงซาน มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Fragrant Hills Park ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงปักกิ่งไม่ห่างจากพระราชวังฤดูร้อนเท่าไหร่ โดยมียอดสูงสุดชื่อ เซียงหลูเฟิง Xianglu (Incense Burner Peak) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Guijianchou (Devil Frowning Peak) ในแง่ประวัติศาสตร์ก็ไม่น้อยหน้าใคร สวนเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1186 ตั้งแต่ราชวงศ์จนเป็นที่ประทับส่องสัตว์ช่วงฤดูร้อนของจักรพรรดิ และใช้ต่อมาในราชวงศ์หยวนหมิงชิง ในสวนแห่งนี้เดิมเคยมีวัดเซียงซานที่มีขนาดใหญ่โตมาก่อน และในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงทรงสั่งให้สร้างพระตําหนักและวัดต่าง ๆ เพิ่มในสวนอีก 28 แห่ง และ ตั้งชื่อว่าสวน Jingyi ทั้งเขาเซียนซานและสวน Jingyi มี ทั้งหมด 3 ยอดเขาและ 5 สวน แต่ตําหนักเหล่านี้ล้วนถูกทําลายแทบหมดสิ้นในสงครามกับกองทัพฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1860 และสงครามกบฏในยุคจักรพรรดิกวังซวี (Guangxu) ค.ศ. 1900 อย่างไรก็ตามก็ยังเหลือสถานที่ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งศาลา, ระเบียงตําหนัก, วัดและซุ้มประตูกระจัดกระจายแทรกกับสวนป่าขนาดใหญ่ที่ร่มรื่น Continue reading เขาเซียงซาน อีกหนึ่งสถานที่ในประวัติศาสตร์ที่น่าเดินทางมาชม

พาชมสถานที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงในฤดูร้อน

พระราชวังฤดูร้อน
(Summer Palace)

พระราชวังฤดูร้อนหรือพระราชวังอี้เหอหยวน (Yiheyuan) ตั้งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงในฤดูร้อน สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1750-1764 พระราชวังฤดูร้อนประกอบ ด้วยส่วนของพระตําหนักวัด ระเบียงทางเดินศาลา และ ทะเลสาบในพื้นที่กว้างใหญ่ในการจะเที่ยวให้ครบควรมี เวลาเต็มวันแต่ถ้ามีเวลาไม่มากสามารถเลือกชมในบาง ส่วนที่น่าสนใจได้ ทางเข้าทิศตะวันออก East Palace Gate จะใกล้กับพระตําหนักต่างๆ ส่วนบริเวณขายตัวตั้งอยู่นอกประตูทางเข้า ถ้านั่งรถเมล์มาจากเขาเซียงซาน จะผ่านประตูทางทิศเหนือก่อน จะเลือกลงจุดนี้ก็ได้หรือ นั่งต่ออีกไม่ถึง 5 นาที รถเมล์จะวนไปจอดหน้าประตูทางเข้าหลักทิศตะวันออกเป็นลานจอดรถทัวร์บริเวณ กว้างและแน่นอนที่คนจะมากมายเลือกเข้าประตูนี้ เพราะใกล้ตําหนักต่างๆ และทะเลสาบมากกว่าทิศเหนือ Continue reading พาชมสถานที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงในฤดูร้อน