ภารกิจลับของกลุ่มอัศวินไนต์ส เทมปลาร์ Knights Templar

Knights Templar

ฮิวจ์ส แห่ง เปยังส์ กับอัศวินทั้ง 8 เดินทางกลับเยรูซาเล็มในปี ค.ศ. 1119 และเข้าเฝ้ากษัตริย์บาลด์วินที่ ๑ (King Baldwin 1) แห่งเยรูซาเล็ม เพื่อขอก่อตั้งกลุ่มอัศวินเพื่อทําภารกิจให้การอารักขาเหล่านักแสวงบุญชาวคริสต์ระหว่างการเดินทางมายังเยรูซาเล็ม ซึ่งบาลด์วินที่ 1 ก็อนุญาต และได้มอบสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณพระราชวังของพระองค์ใช้เป็นที่พักของเหล่าอัศวินกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งอยู่ใกล้กับสุเหล่าอัล-อักซา และโดมแห่งศิลาบนภูเขาวิหารมาก อันที่จริงสิ่งนี้เป็นความประสงค์ของฮิวก์ส แห่ง เปยังส์ อยู่ก่อนแล้ว จึงทูลขอสถานที่ดังกล่าวจากกษัตริย์บาลด์วินที่ 1 โดยได้หมายตาตําแหน่งนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งเดินทางมายังเยรูซาเล็มครั้งก่อนแล้ว

ภารกิจลับของกลุ่มอัศวิน Knights Templar

Knights Templar

แต่เป้าหมายของฮิวจ์ส แห่ง เปยังส์ ไม่ใช่เพราะที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานที่สําคัญของชาวมุสลิมทั้งสองแห่ง แต่เป็นเพราะบริเวณดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งโซโลมอนนั่นเอง แม้ในเวลานั้นตัววิหารจะหลงเหลือเพียงซากบางส่วนจากการถูกทําลายลงไปถึง 3 ครั้ง 3 ครา แต่สิ่งที่ฮิวจ์ส แห่ง เปยังส์ มุ่งหมายก็คือภารกิจซึ่งได้รับมอบให้พาอัศวินทั้ง 8 คนมาค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่อาจถูกฝังอยู่บริเวณนี้นั่นเอง และจากการที่ผู้คนมักเห็นอัศวินกลุ่มนี้มีสภาพเนื้อตัวมอมแมมเพราะเศษอิฐเศษดินจากการขุดค้นอย่างคร่ำเคร่งอยู่ตลอดเวลานี้เอง ใครจึงมักเรียกอัศวินกลุ่มนี้ว่า “อัศวินยากไร้แห่งวิหารโซโลมอน” กระทั่งพวกเขาก็ใช้ชื่อนี้เป็นชื่อกลุ่ม โดยเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สหายร่วมรบผู้ยากไร้แห่งพระคริสต์และวิหารแห่งโซโลมอน (Poor Fellow-Soldiers of Christ and of the Temple of Solomon)” แต่ต่อมาก็ถูกเรียกเพียงสั้นๆว่า “ไนต์ส เทมปลาร์”

แม้อัศวินทั้ง 9 จะมีสถานะเป็นอัศวิน แต่ก็มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกับอัศวินทั่วๆไป แม้ในยามปกติพวกเขาก็ยังใช้ชีวิตอย่างสมถะคล้ายคนทํางานหาเช้ากินค่ำ สิ่งนี้อาจเป็นความประสงค์ของกลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ ที่ต้องการอําพรางตนไม่ให้เป็นที่สังเกตหรือเป็นจุดสนใจของผู้คนในช่วงที่กระทําภารกิจตามเป้าหมายอยู่ก็เป็นได้ การทําตัวเช่นนี้ก็จะทําให้พวกเขามีอิสระในการทํางานได้มากขึ้น แม้แต่ตราสัญลักษณ์ประจํากลุ่มของพวกเขาก็ยังแสดงเป็นภาพของอัศวิน ๒ คนขี่ม้าตัวเดียวกัน เพื่อจะลวงคนทั่วไปว่าพวกเขาเป็นเพียงอัศวินผู้ยากไร้ที่ไม่มีทรัพย์เพียงพอสําหรับซื้อม้าให้แต่ละคน ต้องอาศัยม้าตัวเดียว

นอกจากนี้การดํารงชีวิตของไนต์ส เทมปลาร์ ยังมักกินนอนอยู่ตามซากวิหาร กรําแดดกรําฝน และดํารงชีพด้วยเศษอาหาร เศษขนมปัง หรือไวน์ที่ชาวบ้านบริจาคให้เท่านั้น ซึ่งชาวบ้านก็มักไม่ใส่ใจว่าอัศวินเหล่านี้กระทําภารกิจอะไรอื่น นอกจากสิ่งที่พวกเขาอ้างว่าคอยให้การอารักขาและเยียวยาผู้คนที่เดินทางมาแสวงบุญ (พวกไนต์ส เทมปลาร์ ยังมีความสามารถอีกอย่างคือเรื่องการเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกับอัศวินทั่วไปที่ต้องมียาติดตัวหรือรู้สรรพคุณของสมุนไพรต่างๆในการรักษาอาการบาดเจ็บจากการสู้รบ)

สําหรับรายนามของสมาชิกอัศวินไนต์ส เทมปลาร์ ในยุคเริ่มแรกที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1119 จํานวน 8 คน นอกจากฮิวก์ส แห่ง เปยังส์ ที่ถือเป็นผู้นํากลุ่มคนแรกแล้ว มีดังต่อไปนี้ กอดเฟรย์ แห่ง แซงต์ โอแมร์ (Godfrey de St. Omer), อังเดร แห่ง มองต์บาร์ด (Andre de Montbard), จีออฟเฟรย์ บิโซต์ (Geoffrey Bisot), เปยัง มองต์ดิดิแยร์ (Payen Montdidier), อาร์ซิมโบด์ แห่ง แซงต์ อาร์มังด์ (Archimbaud de St. Armand)

ส่วนอีกสองคนนั้นบันทึกนามไว้แต่เพียงว่า รอดซอล (Rossol) กับ กอนดามาร์ (Gondamar) เท่านั้น สําหรับอัศวินคนที่ 9 นั้นไม่มีการกล่าวนามแต่อย่างใด แต่สันนิษฐานกันว่าอาจจะเป็นฮิวก์ คองต์ แห่ง แชมเปญ (Hugh Comte de Champagne) ซึ่งเป็นทายาทในตระกูลเคาน์ตแห่ง แชมเปญ ผู้ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ที่ริเริ่มให้กลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ เข้าไปทําภารกิจลับดังกล่าวก็เป็นได้

กลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ ปฏิบัติภารกิจในเยรูซาเล็มเป็นเวลานาน จากอัศวินเพียง 9 คนตอนเริ่มแรก ต่อมาก็มีผู้ขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ กระทั่งในที่สุดเมื่อเห็นว่ากลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ เริ่มกลายเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเช่นนี้ ปาตริอาร์ค แห่งเยรูซาเล็ม (Patriarch of Jerusalem) หรือหัวหน้าคณะสงฆ์แห่งเยรูซาเล็มจึงได้ยื่นมือเข้ามากําหนดรูปแบบการแต่งกายให้กับพวกเขา เนื่องจากทนเห็นภาพความมอซอคล้ายอัศวินจรจัดไร้สังกัดของคนกลุ่มนี้ไม่ได้ จึงให้ไนต์ส เทมปลาร์ แต่งเครื่องแบบคล้ายกับอัศวินกลุ่มอื่นเช่น “ไนต์ส ฮอสพิทอลเลอร์ (Knights Hospitaller)” หรือ อัศวินอภิบาล อัศวินอีกกลุ่มหนึ่งที่คอยทําหน้าที่ดูแลปกป้องให้แก่เหล่านัก แสวงบุญเช่นกัน เพียงแต่ภารกิจหลักของอัศวินอภิบาลนี้เน้นไปในด้านดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยและได้รับบาดเจ็บมากกว่า

จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1128 ฮิวก์ส แห่ง เปยังส์ ก็เดินทางกลับฝรั่งเศสเพื่อไปรายงานความคืบหน้าของภารกิจให้เคาน์ต แห่ง แชมเปญ ทราบ และการเดินทางกลับฝรั่งเศสในครั้งนี้ก็ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่เขาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเรื่องของไนต์ส เทมปลาร์ กลายเป็นที่โจษจันไปทั่วแคว้นแชมเปญแล้ว จนทําให้แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว (Bernard of Clairvaux) ซึ่งเป็นนักบวชที่มีชื่อเสียงอย่างมากในแชมเปญต้องการพบตัวเขา แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว เป็นนักบวชสายซิสเตอร์เซียน (Cistercians) หรือที่เรียกกันว่า “นักบวชชุดขาว” ท่านมีชื่อเสียงและสร้างอิทธิพลบารมีขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเทศน์ที่สามารถจะปลุกเร้าและสะกดผู้คนให้เกิดความศรัทธาขึ้นในทันทีที่ได้ฟัง และท่านก็ยังมีมิตรสหายที่ทรงอิทธิพลอยในแวดวงต่างๆอีกมากมาย ทั้งในฝ่ายปกครองและฝ่ายสงฆ์ หรือแม้แต่พระสันตะปาปาโฮโนริอุสที่ 2 (Pope Honorius II) ในเวลานั้นก็เป็นพระสหายของท่าน รวมไปถึง เคาน์ต แห่ง แชมเปญด้วยที่นับเป็นสหายสนิทของท่านอีกเช่นกัน

และ แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว นี้เองที่เป็นผู้ปลุกให้ชาวคริสต์ตื่นตัวและทําสงครามครูเสดครั้งที่ 2 ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ฮิวจ์ส แห่ง เปยังส์ ได้พบแบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว แล้ว ท่านก็เรียกประชุมสภาแห่งทรัวส์ (Council of Troyes) ขึ้นทันที เพื่อประกาศให้การสนับสนุนกลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ ต่อคณะสงฆ์ในที่ประชุมอย่างเป็นทางการ การประกาศครั้งนั้นเท่ากับเป็นการเสริมอิทธิพลบารมีแก่กลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ สู่ความเป็นสากล นับจากนั้นมากลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ จึงเติบโตและเพิ่มจํานวนสมาชิกขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระจายไปทั่วฝรั่งเศสและอังกฤษ และกลายเป็นขบวนการที่ทรงอิทธิพลในทันที

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet