ข้อสันนิษฐานเรื่องรูปภาพของ Black Madonna กับแมรี่ แมกดาลีน

Black Madonna

นักค้นคว้าเรื่องราวของ ไนต์ส เทมปลาร์ ส่วนใหญ่เชื่อว่า แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว ไม่ได้เพิ่งจะให้การรับรอง ไนต์ส เทมปลาร์ ในช่วงหลังนี้ แต่เข้ามาตั้งแต่ก่อนจะมี ไนต์ส เทมปลาร์ เกิดขึ้นแล้ว และยังเป็นผู้ร่วมกันคิดวางแผนกับ เคาน์ต แห่งแชมเปญ, ฮิวก์ คองต์ แห่งแชมเปญ และ ฮิวจ์สแห่ง เปยังส์ ในการทําภารกิจลับที่เยรูซาเล็ม กระทั่งเกิดไนต์ส เทมปลาร์ ขึ้นนั่นเอง

ความเป็นมาของ แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว นั้นน่าสนใจอย่างมาก ท่านเกิดในครอบครัวอัศวิน ในวัยเด็กท่านก็เคยถูกตั้งความหวังให้เติบโตขึ้นเป็นอัศวินตามอย่างบิดาเช่นกัน จึงได้รับการฝึกฝนตามวิถีการเป็นอัศวินดังเช่นอัศวินคนอื่นๆ ขณะเดียวกันมารดาของท่านซึ่งเป็นผู้ที่มีความศรัทธาใน ศาสนาอย่างมากก็ต้องการให้ท่านศึกษาด้านศาสนาด้วยเช่นกัน จึงส่งให้ไปเรียนศาสนาที่อาราม จนเมื่อเติบโตขึ้นท่านก็กลับเลือกเส้นทางด้านศาสนามากกว่า

รูปภาพของมาดอนนาดำกับแมรี แมกดาลีน

Black Madonna

สําหรับจุดเริ่มต้นที่ทําให้แบร์นาร์ดแห่งแคลร์โวเลือกจะเดินมาทางเส้นทางศาสนามากกว่าการเป็นอัศวินนั้น กล่าวกันว่าเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ท่านเดินทางไปยังชาติลยอง (Chatillon) ทางตอนใต้ของปารีส และได้พบเห็นรูปสลักของพระแม่มารี (Mother Mary) พระมารดาของพระเยซูที่นั่นเกิดเป็นสีดําขึ้นมา ผู้คนจึงเรียกรูปดังกล่าวนี้ว่า มาดอนนาดํา (Black Madonna) (มาดอนนา เป็นชื่ออีกชื่อที่ใช้เรียกพระแม่มารี) ส่วนสาเหตุที่รูปสลักมีสีดํานั้นนักวิชาการทั่วไประบุว่าเกิดจากการเปลี่ยนสีตามกาลเวลา ประกอบกับการต้องถูกรมด้วยควันเทียนที่ใช้ในการบูชามาเป็นเวลานานๆนั่นเอง แต่ก็มีคนจํานวนมากเชื่อว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์จึงทําให้รูปสลักนั้นเปลี่ยนเป็นสีดํา

รูปมาดอนนาคํานี้มีผู้คนอีกจํานวนมากเช่นกันที่เชื่อว่าไม่ได้หมายถึงพระแม่มารีแต่อย่างใด แต่เป็น แมรี แมกดาลีน (Mary Magdalene) หญิงสาวผู้ชําระล้างเท้าให้แก่พระเยซู และพระองค์เคยช่วยเหลือนางไว้จากการถูกรุมประชาทัณฑ์โดยชาวเมืองตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งในเวลาต่อมานางได้ไปพักอาศัยอยู่กับแมรี พระมารดาของพระเยซู และคอยรับใช้พระเยซูจนกระทั่งพระองค์ถูกตรึงกางเขน และแมรี แมกดาลืน อีกเช่นกัน ที่เป็นผู้พบว่าพระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นคนแรก ก่อนพระองค์จะเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ด้วยเหตุนี้ แมรี แมกดาลืน จึงได้รับการเคารพสักการะเช่นสานุศิษย์ของพระเยซูคนอื่นๆในหลายๆแห่ง เช่น อียิปต์ แอฟริกา และสเปน หรือทางแถบตอนใต้ของฝรั่งเศส เนื่องจากเชื่อว่าเป็นเส้นทางที่แมรี แมกดาลีน ใช้เดินทางหลบหนีจากการกวาดล้างเหล่าสานุศิษย์ของพระเยซูภายหลังพระองค์ถูกชาวโรมันตรึงกางเขน และยังเชื่ออีกด้วยว่าแมรี แมกกาลีน ปักหลักอยู่ทางแถบตอนใต้ของฝรั่งเศสจนกระทั่งเสียชีวิตลงที่นั่น แต่ยังมีความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะในโลก “ทฤษฎี สมคบคิด (Conspiracy Theory)” ที่เชื่อกันว่า แมรี แมกดาลีน ไม่ได้มีความสําคัญเพียงแค่เป็นผู้รับใช้หรือสานุศิษย์คนหนึ่งของพระเยซูเท่านั้น จึงทําให้เกิดความเคารพสักการะในตัวนางของคนในแถบนั้นมากยิ่งขึ้น

mary magdalene

ตามทฤษฎีดังกล่าวนี้ เชื่อว่านางเป็นผู้ปกป้องสายโลหิตของพระเยซู เรื่องนี้ถูกกล่าวถึงกันมากใน หมู่ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดว่าสาเหตุที่คนในแถบสเปนและในตอนใต้ของฝรั่งเศสให้ความเคารพ แมรี แมกดาลีน อย่างมากเพราะนางมีสถานะพิเศษดังกล่าว และเป็นผู้พาสายโลหิตของพระองค์หลบหนีออกจากเยรูซาเล็มมา ปักหลักตั้งรกรากอยู่ในดินแดนแถบนั้น แต่เรื่องนี้ก็ถูกต่อต้านอย่างมากจากชาวคริสต์โดยทั่วไป เพราะไม่มีไบเบิลบทใดกล่าวถึงเหตุการณ์เช่นนั้น และไม่มีทางที่พระเยซูจะมีครอบครัว เนื่องจากพระองค์คือพระบุตรจากสวรรค์

แต่นักทฤษฎีสมคบคิดก็ยังโต้แย้งต่อว่า ด้วยเหตุที่ฝ่ายคริสตจักรไม่สามารถรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้จึงพยายามทําลายภาพของแมรี แมกดาลีน ให้ขาดความน่าเชื่อถือ โดยพยายามให้ภาพของนางออกมาทางด้านลบจนถึงกับเปลี่ยนประวัติของนางว่าเป็นหญิงโสเภณี โดยยังพาดพิงไปถึง “มาดอนนาดํา” อีกด้วยว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่แมรี แมกกาลีน ต้องการแสดงปาฏิหาริย์ ให้เห็นเพื่อทวงความเป็นธรรมของนางคืน

นักค้นคว้าเรื่องราวของไนต์ส เทมปลาร์ ส่วนใหญ่เชื่อว่าภารกิจลับของพวกเขาก็เกี่ยวข้องกับความลับของแมรี แมกดาลีน นี้เอง และเรื่องของมาดอนนาดําก็คือสิ่งซึ่งจุดประกายให้แก่แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว มาตั้งแต่ต้นจนถึงกับล้มเลิกความคิดที่จะเป็นอัศวินตามอย่างบิดาแล้วหันมาศึกษาด้านศาสนาเพื่อที่จะค้นหาความจริงที่ซ่อนเร้นในเรื่องนี้ จนกระทั่งได้พบกับเคาน์ต แห่ง แชมเปญ ซึ่งมีอิทธิพลในแถบนั้น และนํามาซึ่งภารกิจให้ไนต์ส เทมปลาร์ ออกค้นหาเรื่องนี้ที่เยรูซาเล็มจนพบ

ตามประวัติของ แบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว กล่าวว่าท่านก่อตั้งอาราม แคลร์โว ขึ้นในปี ค.ศ. 1115 โดยได้รับที่ดินผืนหนึ่งในเขตอํานาจของ เคาน์ต แห่ง แชมเปญ แม้ในทางเปิดเผยนั้นอารามของท่านจะมีวินัยปฏิบัติตามหลักการของนิกายซิสเตอร์เซียน อันเป็นนิกายในสายของโรมันคาทอลิก แต่ในทางลับท่านมีอีกภารกิจหนึ่งก็คือการค้นหาความลับที่ถูกซ่อนเร้นในเรื่องที่เกี่ยวกับสตรีกับศาสนา โดยเฉพาะเรื่องของพระแม่มารี กับแมรี แมกดาลีน โดยมีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าท่านสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษทั้งในผลงานประพันธ์และการเทศนาตามที่ต่างๆของท่าน

มีหลายบทหลายตอนซึ่งท่านคอยเน้นย้ำอยู่เป็นประจําถึงการเทิดทูนสตรีว่าเป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ศาสนาคริสต์ และจากการค้นคว้าของท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงเป็นสาเหตุของภารกิจลับที่มอบให้ไนต์ส เทมปลาร์ ไปค้นหาสิ่งเหล่านั้นที่เยรูซาเล็ม ในทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับเรื่องของ แมรี แมกดาลีน นี้ยังเชื่อกันด้วยว่าไม่ได้มีแต่เพียงแบร์นาร์ด แห่ง แคลร์โว และ เคาน์ต แห่ง แชมเปญ เท่านั้นที่สนใจเรื่องนี้ ยังมีเหล่าขุนนางและเจ้าแคว้นอื่นๆที่เป็นมิตรสหายกับเคาน์ต แห่ง แชมเปญ อีกมากมายเช่นกันที่สนใจในเรื่องเดียวกันนี้ซึ่งในช่วงเวลานั้นที่ฝรั่งเศสมีสมาคมลับเกิดขึ้นมากมาย โดยแต่ละสมาคมต่างก็มีอุดมการณ์และความเชื่อของตนแตกต่างกันไป

สมาคมเหล่านี้มีทั้งสมาคมที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองทางด้านศาสนาหรือด้านวิชาการต่างๆ เช่น ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม วิทยาศาสตร์ จนถึงไสยศาสตร์ และเรื่องราวเร้นลับต่างๆหรือแม้แต่ตั้งขึ้นเพื่อความสนุกสนาน และความบันเทิงอย่างเดียวก็มี โดยเชื่อว่าในเวลานั้นเคาน์ต แห่ง แชมเปญ ก็มีสมาคมลับซึ่งร่วมกันก่อตั้งขึ้นในหมู่เพื่อนพ้องมิตรสหายของตนเพื่อการศึกษาหาความรู้แปลกใหม่ที่ไม่มีในตํารา ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานว่าเคาน์ต แห่ง แชมเปญ เป็นผู้ที่ชมชอบเรื่องราวเร้นลับมากผู้หนึ่ง

Priory of Sion

เรื่องหนึ่งที่มีความสนใจอย่างมากก็คือเรื่องของแมรี แมกดาลีน นั่นเอง ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าสมาคมลับของ เคาน์ต แห่ง แชมเปญ นี้อาจเป็นสมาคมเดียวกันกับ ภราดรแห่งทรัวส์ (Troyes Fraternity) ที่กล่าวกันว่าเป็นผู้ค้นพบความลับเรื่องสายโลหิตของพระเยซู นอกจากนี้ยังมีสมาคมลับอีกแห่งซึ่งเชื่อกันว่ามีสายสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันกับ ไนต์ส เทมปลาร์ อีกด้วยคือ ไพรเออรี ออฟ ซีออน (Priory of Sion) หรือ อารามแห่งซีออน ซึ่งชื่อซีออนนี้มีความหมาย หมายถึงเยรูซาเล็มนั่นเอง กล่าวกันว่า ไพรเออรี ออฟ ซีออน เกิดขึ้นในช่วงสงครามครูเสดครั้งแรกก่อน ไนต์ส เทมปลาร์ เสียอีก ผู้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นก็คือ กอดเฟรย์ แห่ง บูยอง (Godfrey of Bouillon) กษัตริย์องค์แรกเมื่อเริ่มมีการสถาปนาราชอาณาจักรเยรูซาเล็มขึ้นภายหลังฝ่ายคริสต์ได้รับชัยชนะในสงครามครูเสดครั้งแรก

จุดประสงค์ในการก่อตั้งขึ้นก็เพื่อศึกษาค้นคว้าเรื่องของสายโลหิตพระเยซูเช่นเดียวกัน โดยเชื่อกันว่า กอดเฟรย์ แห่ง บูยอง นั้น อาจทราบเรื่องนี้ก่อนจะนํากองทัพไปร่วมทําสงครามครูเสดครั้งแรกก็เป็นได้ และการเข้าร่วมสงครามครั้งนั้นก็เพราะมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาความจริง เรื่องนี้ที่เยรูซาเล็มนั่นเอง แต่ภายหลังขึ้นเป็นกษัตริย์เพียงปีเดียว กอดเฟรย์ แห่ง บูยอง ก็สิ้นพระชนม์ โดยกลุ่ม ไพรเออรี ออฟ ซีออน ก็ยังคงทําภารกิจดังกล่าวต่อไปคู่ขนานกันกับไนต์ส เทมปลาร์

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet