การใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการปกครองเขตแดนของเคาน์ต แห่ง ตูลูส

Rennes le Chateau

ในยุคสมัยที่ เรนน์ เลอ ชาโต เป็นเมืองใหญ่ที่มีความคึกคักนั้น เมืองนี้มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นถึงประมาณ 30,000 คนเลยทีเดียว และนับเป็น 1 ใน 3 เมืองที่ในประวัติศาสตร์ของชาววิซิโกธกล่าวว่ามีป้อมปราการใหญ่ตั้งอยู่ กระทั่งภายหลังจากที่ชาววิซิโกธหมดสิ้นอํานาจลงแล้ว ชนเผ่า แฟรงค์ (Frank) ซึ่งเป็นชนเชื้อสายเยอรมันอีกเผ่าหนึ่งก็เข้ามาปักหลักสร้างอํานาจในบริเวณนี้แทนนับจากช่วงศตวรรษที่ 7 – 8 เป็นต้นมา และชนเผ่านี้เองที่เป็นบรรพบุรุษของชาวฝรั่งเศสในยุคปัจจุบัน

การใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการปกครองเขตแดน

Church of Mary Magdalene

ในยุคที่ชาววิซิโกรเข้ามาปักหลักสร้างอํานาจอยู่ในบริเวณนี้นั้นก็มีชาวยิวที่อพยพหนีภัยจากการกวาดล้างของชาวโรมันได้เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอาศัยอยู่ที่บริเวณนี้เช่นกัน โดยใช้เส้นทางจากอียิปต์มาทางแอฟริกาเหนือ แล้วข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังแผ่นดินสเปน จากนั้นจึงกระจัดกระจายเดินทางต่อไปตามเมืองต่างๆเพื่อหาที่ทํากินใหม่ บางส่วนเดินทางไปทางฝั่งตะวันตกของสเปน และบางส่วนก็ข้ามเทือกเขาพิเรนีสไปปักหลักอยู่ตรงตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งก็รวมถึง เรนน์ เลอ ชาโต แห่งนี้ด้วย แล้วสืบเผ่าพงศ์สืบลูกสืบหลานต่อๆมาหลายรุ่น จนกระทั่งเมื่อชาวแฟรงค์เข้ามาครอบครองและสร้างอํานาจใหม่ขึ้นต่อจากชาววิซิโกธ

สําหรับสาเหตุที่ชาวยิวเลือกเลือกเส้นทางนี้ทั้งที่ดินแดนแถบนี้ทั้งหมดก็อยู่ภายใต้อํานาจของจักรวรรดิโรมันมาตั้งแต่ประมาณ 50 ปีก่อน คริสต์ศักราชแล้วนั้น ก็เป็นเพราะดินแดนบริเวณนี้ถือเป็นดินแดนชั้นนอกที่อํานาจจากส่วนกลางมักจะมาไม่ถึง มีเพียงข้าหลวงชาวโรมันคอยดูแล ซึ่งก็ไม่สามารถดูแลเขตอํานาจอันกว้างใหญ่ได้อย่างทั่วถึง ข้าหลวงเหล่านั้นต้องอาศัยเจ้าหน้าที่หรือผู้ปกครองท้องถิ่นคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกทอดหนึ่ง

แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเหล่านั้นก็มักกินอามิสสินจ้าง และปล่อยให้สิ่งต่างๆรอดหูรอดตาไปอยู่เป็นประจํา การควบคุมดูแลจึงไม่เข้มงวดมากนัก และหนึ่งในกลุ่มชาวยิวที่อพยพออกจากเยรูซาเล็มภายหลังที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน มีคณะของ แมรี แมกดาลีน (Mary Magdalene) หญิงสาวผู้คอยติดตามพระเยซูอย่างใกล้ชิดก็ใช้เส้นทางนี้ด้วยเช่นกัน และเลือกที่จะมาตั้งหลักอยู่ทางแถบตอนใต้ของฝรั่งเศสนี้

ด้วยเหตุที่ชุมชนแห่งนี้เคยเป็นที่ปักหลักอาศัยของชาวยิวอย่างหนาแน่นมาก่อนช่วงเวลาหนึ่ง จึงทําให้วัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาของชาวยิวถูกหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์ลงบนผืนดินแห่งนี้ด้วย และทําให้วัฒนธรรมทางแถบนี้กลายเป็นวัฒนธรรมแบบผสมผสาน โดยเฉพาะเรื่องของศาสนา ดินแดนแถบนี้จึงมีการนับถือศาสนาคริสต์ที่แตกต่างไปจากที่อื่นๆในยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากคริสตจักรโรมันคาทอลิกโดยตรง

แต่บริเวณนี้เนื่องจากเคยเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาววิซิโกธมาก่อน ซึ่งชนเผ่าเหล่านี้เคยมีความเชื่อในศาสนาแบบของพวกเขา คือการนับถือผีและเจ้าป่าเจ้าเขา ตามความเชื่อของชนโบราณทั่วไป และมีรูปแบบความเชื่อที่เป็นแบบเฉพาะของพวกเขาเอง สิ่งนี้เองที่ทําให้ชาวโรมันเรียกชนเผ่าพื้นเมืองที่ไม่นับถือศาสนาคริสต์ แต่เชื่อในภูตผีเจ้าป่าเจ้าเขาว่า “คนเถื่อน” นอกรีต หรือพวก “เพกัน (Pagan)”

เมื่อชาววิซิโกรเข้ามาปักหลักสร้างรากฐานให้เป็นปึกแผ่นถาวรตรงบริเวณนี้แล้ว พวกเขาก็ต้องการที่จะสร้างตนสร้างสังคมให้มีอารยธรรม เพื่อหลีกหนีการถูกตราหน้าว่าเป็นคนเถื่อนคนนอกศาสนาบ้าง จึงได้รับเอาศาสนาคริสต์ที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในยุโรปเวลานั้นเข้ามาเป็นศาสนาของตนบ้าง แทนความเชื่อเรื่องภูตผีแต่เดิม แต่พวกเขาก็ไม่ได้เลือกที่จะรับเอาแบบอย่างความเชื่อในศาสนาคริสต์จากส่วนกลางหรือโรมันคาทอลิกซึ่งอยู่ห่างไกลจากแถบนั้นมาก

โดยเลือกเอารูปแบบที่ใกล้ตัวกว่าก็คือแบบอย่างจากชาวยิวซึ่งไปปักหลักตั้งรกรากในบริเวณนั้นมาเป็นเวลานาน และเชื่อว่า ชาวยิวเหล่านั้นนําแบบอย่างของศาสนาคริสต์มาจากเยรูซาเล็มโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างคริสตจักรโรมันคาทอลิกหรือนิกายไหนๆก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสานุศิษย์ใกล้ชิดพระศาสดาคือ แมรี แมกดาลีน เป็นผู้นําคําสอนของพระเยซูมาสอนสั่งด้วยตัวเอง แล้วพวกเขาจะแสวงหาสิ่งใดที่เหมาะไปกว่านี้อีก

ภายหลังจากที่ชาววิซิโกธเหลือเขตอํานาจเพียงแถบประเทศสเปนในปัจจุบัน และชาวแฟรงค์ลงมาปักหลักสร้างอํานาจเหนือเขตแดนฝรั่งเศสในปัจจุบันทั้งหมด จากนั้นจึงได้ก่อตั้งอาณาจักรของชาวแฟรงค์แคว้นต่างๆขึ้น ราชวงศ์แรกที่ปกครองอาณาจักรแฟรงค์ก็คือ ราชวงศ์แมโรแวงจิออง (Merovingian Dynasty) และ เรนน์ เลอ ชาโต ก็อยู่ในเขตของอาณาจักรแฟรงค์ด้วยเช่นกัน โดยอยู่ในเขตปกครองของแคว้นตูลูส (Toulouse) มี เคาน์ต แห่ง ตูลูส (Counts of Toulouse) เป็นผู้ปกครอง จนกระทั่งเกิดการผลัดราชวงศ์มาเป็นราชวงศ์คาโรแลงจิออง (Carolingian Dynasty) และผ่านมาจนถึงราชวงศ์ คาเปติออง (Capetian Dynasty) ในช่วง ศตวรรษที่ 10 ที่ถือเป็นต้นราชวงศ์ฝรั่งเศสสืบต่อมาจนถึงยุคสมัยหลังอย่างแท้จริง

ตระกูล เคาน์ต แห่ง ตูลูส ก็ยังสืบทอดตําแหน่งปกครองต่อๆกันมาจนกระทั่งมีอํานาจครอบคลุมมากถึง 1 ใน 5 ของฝรั่งเศสทั้งหมด และเมื่อ เคาน์ต แห่ง ตูลูส มีอํานาจมากขึ้น ประกอบกับที่มีความเชื่อความศรัทธาในศาสนาคริสต์นิกายท้องถิ่นที่นับถือสืบทอดกันมาเป็นเวลานานทางแถบนั้น จึงมักไม่ยอมรับอํานาจของคริสตจักรกลางหรือโรมันคาทอลิกแห่งโรม และจากการที่เขตแดนดูลุสมีอาณาเขตติดต่อกับเขตแดนของสเปน ซึ่งช่วงเวลานั้นสเปนแบ่งแยกออกเป็นแคว้นๆปกครองกันเองเช่นเดียวกับฝรั่งเศส และยังมีชาวมุสลิมเข้าไปยึดครองดินแดนบางส่วนเอาไว้อีกด้วย จึงเกิดสงครามแย่งชิงดินแดนกันอย่างไม่หยุดหย่อน และบ่อยครั้งที่รุกล้ำเข้ามาในเขตของฝรั่งเศส ทําให้ เคาน์ต แห่ง ตูลุส ต้องสานอํานาจของตนให้เข้มแข็ง ซึ่งการใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมือในการปกครองเขตแดนของตนให้เข้มแข็งเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความกระด้างกระเดื่องก็คือวิธีการหนึ่งที่ได้ผล

เคาน์ต แห่ง ตูลูส จึงประกาศตนเป็นผู้อุปถัมภ์ศาสนาท้องถิ่นเพื่อกระชับอํานาจไว้ และเพื่อให้ตนเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนโดยทั่วไป และโบสถ์แห่ง แมรี แมกดาลีน (Church of Mary Magdalene) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณปราสาท เรนน์ เลอ ชาโต ก็คือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในการเรียกศรัทธาของผู้คน ซึ่ง เคาน์ต แห่ง ตูลูส ให้สร้างขึ้นในช่วงเวลานั้นเอง โดยเคาน์ แห่ง ตูลูส นั้นมีความสนิทสนมกับกลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ อย่างมาก เนื่องจากเป็นสหายของ เคาน์ต แห่ง แชมเปญ (Count of Champagne) ที่เป็นผู้อุปถัมภ์และเป็นผู้ทําให้กลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ เกิดขึ้น และเชื่อว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความทรงอิทธิพลของกลุ่มไนต์ส เทมปลาร์ อีกด้วย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet