เก็บตกเส้นทางนั่งรถไฟเที่ยวชมธรรมชาติในสวิส

golden-pass-line

เก็บตกเส้นทางรถไฟชมวิว

ท่านที่ต้องการขึ้นรถไฟชิลล์ๆ ชมวิวสองข้างทางในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นี่มีเส้นทางรถไฟชมวิวให้บริการหลายสาย จึงลองยกตัวอย่างเส้นทางยอดฮิตไว้ให้ท่านผู้อ่านพิจารณา เป็นประสบการณ์ที่น่าลอง แต่อย่าลืมว่า รถไฟชมวิวเหล่านี้วิ่งแบบหวานเย็นไม่ทันใจเท่ารถไฟปกติ ดังนั้นจึงเหมาะสําหรับท่านที่มีเวลาว่าง โดยทุกขบวนสามารถสํารองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่สถานีรถไฟในสวิสทุกแห่ง Golden Pass Line

เส้นทาง Golden Pass Line ให้บริการระหว่างทิศเหนือ และทิศใต้ เริ่มต้นตั้งแต่เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) ทางตอนใต้ วิ่งขึ้นเหนือผ่านเมืองอินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) และปลายทางที่เมืองลูเซิร์น (Luzern) ใช้เวลารวม 5 ชั่วโมง 10 นาที ระหว่างทางเต็มไปด้วยทะเลสาบ หุบเขา โดยจะต้องเปลี่ยนรถ 3 ขบวน

เพราะบางช่วงใช้ระบบการเดินรถไม่เหมือนกัน (รางเดี่ยว-รางคู่) ได้แก่ Montreux-Zweisimmen, Zweisimmen-Interlaken Ost และ Interlaken Ost-Luzern ผู้ถือบัตร Swiss Pass สามารถขึ้นได้ฟรี โดยไม่จําเป็นต้องจองที่นั่ง แต่ถ้าให้แนะนํา ช่วงฤดูร้อน (พ.ค.-ก.ย.) ควรจองที่นั่งล่วงหน้า เนื่องจากเป็นฤดูท่องเที่ยว ค่าจองที่นั่งเริ่มต้นท่านละ 5 ฟรังก์ Swiss Chocolate Train

เส้นทาง Swiss Chocolate Train เส้นทางรถไฟโบราณ เริ่มต้นจากเมืองมองเทรอซ์ (Montreux) ไปยังโรงงานผลิตเนย และชีสที่เมืองกรุยแยร์ (Gruyeres) ปตท ด้วยโรงงานช็อคโกแลต ที่หมู่บ้านบร็อค (Broc) ออกเดินทางวันละเที่ยว เริ่มจาก แดงเทรอซ์ เวลา 8.55 น. แล้วกลับมาถึงมองเทรอซ์อีกครั้งช่วงเย็นก่อน 18.00 % บริการทุกวันระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค., พ.ค.-มิ.ย. เฉพาะวันจันทร์-พฤหัสบดี และ ก.ย. ต.ค. วิ่งวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี ค่าโดยสารท่านละ 99 ฟรังก์ ผู้ถือบัตร Swiss Pass ชนา ลดเหลือ 59 ฟรังก์ และบัตรชั้นสองลดเหลือ 69 ฟรังก์

golden-pass-line

Glacier Express

เส้นทาง Glacier Express เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะ เชื่อมระหว่างเมืองรีสอร์ทชื่อดังสองเมือง ระหว่างแซร์มัทท์ (Zermatt) กับซังต์มอริตซ์ (St.Moritz) ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง แม้จะเป็นชื่อ Express แต่ก็คงเป็นรถด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก โดยวิ่งบนเส้นทาง 290 กิโลเมตร ผ่านสะพาน 291 แห่ง และ 91 อุโมงค์ ในช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะขาวโพลนปกคลุมระหว่างเส้นทาง สมกับชื่อรถไฟสายธารน้ำแข็ง

ช่วงฤดูร้อน (พ.ค.-ต.ค.) วิ่งวันละ 3 เที่ยว ส่วนฤดูหนาว (พ.ย.-เม.ย.) วิ่ง วันละเที่ยว ผู้ถือบัตร Swiss Pass สามารถขึ้นได้ฟรี แต่ต้องสํารองที่นั่งล่วงหน้า เดินทางช่วงฤดูร้อนเสียค่าสํารองที่นั่ง 33 ฟรังก์ ส่วนฤดูหนาวเพียง 13 ฟรังก์เท่านั้น 

golden-pass-line

เส้นทาง Bernina Express เส้นทางรถไฟข้ามเทือกเขาแอลป์ ระหว่างเมืองคูร์ (Chur) มุ่งหน้าสู่ปลายทางที่เมืองตราโน (Tirano) ในประเทศอิตาลี ด้วยระยะทาง 148 กิโลเมตร ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 15 นาที

เส้นทางนี้จะมีบางช่วงที่วิ่งทับซ้อนกับรถไฟ Glacier Express จนถึงเมือง St.Moritz ดังนั้นอาจแวะมาดักรอขึ้นรถไฟสาย Bernina Express ที่เมือง St.Moritz ก็ได้ผู้ถือบัตร Swiss Pass ขึ้นฟรี แต่ต้องสํารองที่นั่งล่วงหน้า มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 10-14 ฟรังก์

ยังมีเมืองอื่นๆในสวิตเซอร์แลนด์ที่สามารถเดินทางต่อไปได้ เช่น ซึ่งต์มอริตส์ (St.Moritz), ลูกาโน่ (Lugano) ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นเมืองที่น่าสนใจทั้งนั้น หรือจะข้ามไปประเทศข้างเคียงอย่างฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย ก็ได้ หากมีเวลาเหลือสามารถวางแผนเดินทางได้ด้วยตนเองไม่ยาก เพราะมีระบบโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงถึงกันหมด ด้วยระยะเวลาเดินทางไม่นาน ยิ่งหากท่านใดมี Swiss Pass ยิ่งช่วยประหยัดค่าโดยสาร และอํานวยความสะดวกได้เยอะ

การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสวิส
(Recommended Trips) 

การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีรูปแบบตายตัว เพราะมีเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายเมืองหลายเส้นทาง ขึ้นอยู่กับจริตความชื่นชอบแต่ละบุคคล

บางท่านมีเวลาเพียง 5-6 วัน เพราะต้องไปเที่ยวประเทศอื่นต่อ อาจเลือกเดินทางเฉพาะเมืองที่ต้องการไปก็ได้ เช่น ต้องการชมภูเขายุงเฟรา และพื้นที่โดยรอบ ก็แวะไปที่เมืองอินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) ฯลฯ ส่วนท่านใดต้องการเจาะลึกประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างเดียว 

ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 วัน ถ้าจะตัดบางเมืองออกก็ลดเวลาลงได้อีก หรือถ้ามีเวลามากกว่านั้น ก็สามารถเพิ่มเมืองอื่นๆ เป็นโปรแกรมท่องเที่ยวสวิส 15 วัน และสามารถใช้งาน Swiss Pass ประเภท 15 วัน ได้อย่างคุ้มค่าด้วย

ข้อแนะนําสําหรับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่ง่ายที่สุด คือ การจับกลุ่มสถานที่ที่อยู่ในย่านเดียวกันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อไม่ลําบาก หรือเสียเวลาในการเดินทางไปมาหลายแห่ง (แต่เมืองในสวิสส่วนใหญ่เป็นเมืองเล็กๆ เดินนิดหน่อยก็ทั่วเมืองแล้ว) ที่สําคัญอย่าลืมตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดของสถานที่นั้นไว้ด้วย และในแต่ละวัน ควรมีสถานที่ท่องเที่ยวสํารองประมาณ 1-2 แห่ง เพื่อไว้กรณีเกิดเหตุเฉพาะหน้า เช่น สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งปิดปรับปรุง เปลี่ยนใจเพราะคนเยอะไป หรือเที่ยวเสร็จเร็ว มีเวลาเหลือสามารถหยิบโปรแกรมสํารองมาเที่ยวต่อได้เลย

แต่ละเมือง ใช้เวลาท่องเที่ยวนานแค่ไหน ?

เบิร์น (Bern), อินเทอร์ลาเค่น (Interlaken), บาเซิล (Basel), เจนีวา (Geneva), โลซานน์ (Lausanne), ลูเซิร์น (Luzern), ซูริค (Zurich), ยอดเขาพลาตุส (Pilatus), ยอดเขา รัก (Rigi), ยอดเขาทิตลิส (Titlis)

แต่ละแห่งใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน บางเมืองที่อยู่ใกล้กัน สามารถเที่ยวควบให้เป็นวันเดียวได้ เช่น เที่ยวเจนีวาช่วงเช้า ช่วงบ่ายออกไปเที่ยวโลซานน์

ทูน (Thun), บรีเอนซ์ (Brienz), มองเทรอซ์ (Montreux), เวอเวย์ (Vevey) ใช้เวลาประมาณเมืองละไม่เกิน 2-3 ชั่วโมง

แชร์มัทท์ (Zermatt) + มัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn), ยอดเขายูงเฟรา (Jungfraujoch) + Basəśu (Schilthorn), Bocíñalau (St.Gallen) + Òwiwuiðaá (Appenzell), ชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) + ชไตน์อัมไรน์ (Stein Am Rhein) + วินเทอร์ทูร์ (Winterthur)

ใช้เวลาหลายแห่งรวมกัน 1 วันเต็ม ยกเว้นยุงเฟรา กับซิลธอร์น ที่สามารถแบ่ง เป็นแห่งละครึ่งวัน ออกเป็นสองวัน เพื่อไม่ให้เดินทางเหนื่อยจนเกินไป แต่โดยปกติสามารถ ขึ้นสองยอดเขาภายในหนึ่งวันได้

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

ติดตามบทความ ขั้นตอนการใช้ตั๋ว Swiss pass และการเดินทางโดยรถไฟ คลิก