พาชมสถานที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงในฤดูร้อน

พระราชวังฤดูร้อน
(Summer Palace)

พระราชวังฤดูร้อนหรือพระราชวังอี้เหอหยวน (Yiheyuan) ตั้งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงในฤดูร้อน สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1750-1764 พระราชวังฤดูร้อนประกอบ ด้วยส่วนของพระตําหนักวัด ระเบียงทางเดินศาลา และ ทะเลสาบในพื้นที่กว้างใหญ่ในการจะเที่ยวให้ครบควรมี เวลาเต็มวันแต่ถ้ามีเวลาไม่มากสามารถเลือกชมในบาง ส่วนที่น่าสนใจได้ ทางเข้าทิศตะวันออก East Palace Gate จะใกล้กับพระตําหนักต่างๆ ส่วนบริเวณขายตัวตั้งอยู่นอกประตูทางเข้า ถ้านั่งรถเมล์มาจากเขาเซียงซาน จะผ่านประตูทางทิศเหนือก่อน จะเลือกลงจุดนี้ก็ได้หรือ นั่งต่ออีกไม่ถึง 5 นาที รถเมล์จะวนไปจอดหน้าประตูทางเข้าหลักทิศตะวันออกเป็นลานจอดรถทัวร์บริเวณ กว้างและแน่นอนที่คนจะมากมายเลือกเข้าประตูนี้ เพราะใกล้ตําหนักต่างๆ และทะเลสาบมากกว่าทิศเหนือ

Note:  แนะนําเส้นทางเดิน พื้นที่พระราชวังฤดูร้อนกว้างใหญ่มาก มีทั้งส่วนของพระตําหนัก ทะเลสาบคุนหมิง วัดที่อยู่บนหุบเขาหมื่นปี (Longevity Hil) สิ่งก่อสร้างทางด้านหน้าและด้านหลังของ หุบเขาหมื่นปี ซึ่งถ้าจะให้ครบถ้วนต้องมีเวลาค่อนวันเป็นอย่างน้อย 4-5 ซม. แต่ถ้าจะดูพระตําหนักและเรือหินอ่อน และ วัดด้านหน้าหุบเขาหมื่นปีเป็นหลัก และ ไม่อยากขึ้นเขา ควรเข้าประตูทิศตะวันออก

เวลาที่เปิดให้เข้าชม: ก.ย.-ต.ค. 08:30-17:30 น. พ.ย. มี.ค. 09:00-16:00 น. 24 08:30-18:00 น. ฤดร้อน นอกฤดูปิดเร็วขึ้น 1 ชม.
ค่าเข้าชม: 60 หยวน รวมทุกอย่าง, ค่าเข้าสวนอย่างเดียว 30 หยวน
การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน 4 สถานี Beigongmen ทางออก D เดินไปทางทิศตะวันตก 3 นาที จะเจอประตูเข้าทางทิศเหนือ ถ้าจะไปประตูตะวันออก รอต่อรถเมล์สาย 331 ป้ายอยู่แถวหน้าสถานี Beigongmen

  • Hall of Benevolence and Longevity
    Renshou Dian

ด้านหน้ามีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ตัวกิเลน พระตําหนักนี้ถูกใช้ว่าราชการของจักรพรรดิ กวังซวี่ (Guangxu) และพระนางซูสีไทเฮา ส่วนที่ต่อจากตําหนักออกด้านข้างคือบริเวณที่ใช้ทํางานของเหล่าขุนนาง จากบริเวณหน้าพระตําหนักมีทางแยกไปซ้ายและขวา ทางซ้าย จะผ่านร้านคาเฟเล็กๆ มีทั้งน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวขายแต่ถ้าเดินเลยต่อไปจะเจอทางออกเลียบทะเลสาบคุนหมิง

กิเลน

สัตว์ในเทพนิยายจีน มีลักษณะ ผสมผสานลําตัวของกวางหัวมังกร มีเขาพบได้ 1-3 เขากีบเท้าคล้ายม้า หางเหมือนวัว มีเกล็ดคล้ายปลา ตามตํานานกิเลนอายุยืนกว่าพันปี เป็นสัญลักษณ์ว่าจะมีผู้มีบุญมา เกิดเพื่อปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข และเชื่อว่าจะนําความโชคดี สิริมงคลมาให้

  • ทะเลสาบคุนหมิง

ถูกขุดด้วยฝีมือมนุษย์ โดยนําดินที่ขุดขึ้นไปถมเป็นภูเขาหมื่นปี เมื่อมองไปในท้องทะเลสาบจะเจอเกาะใต้หรือ เกาะหนานหู (South lake Island) อยู่ตรงข้ามกับภูเขาหมื่น ปี ตามรูปแบบธรรมเนียมโบราณในการก่อสร้างสวนพระราชวังจะต้องประกอบด้วย “1 สระ 3 เนินเขา” ส่วนของเกาะหนานห มีพื้นที่ราว 10,000 ตารางเมตร เป็นที่ตั้งของท่าเรือและ ยังมีวัดหลงหวังเหมียว Longwang Miao (Dragon King Temple) สร้างเพื่อบูชาเทพ แห่งแม่น้ำ ทะเล และสายฝน ตัวเกาะหนานหูเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ทางฝั่งตะวันออกโดย สะพานหินอ่อน 17 ช่องชื่อ Shigi Kong Qiao ขนาด 150×8 เมตร ที่หัวเสาแต่ละต้นเป็น รูปปั้นสิงโตหินอ่อนจํานวน 544 เสาตลอดสองข้าง ด้านหน้าสะพานมีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของวัวตัวผู้ มีความเชื่อว่าช่วยป้องกันน้ําท่วมและช่วยให้พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์

  • Tower of Literary Prosperity
    Wenchang Hall

หอคอยสร้างขึ้นใหม่ในสมัยจักรพรรดิกวังซวี (Guangxu) ลักษณะอาคาร 2 ชั้น ด้านในประดิษฐาน เทพเหวินฉาง เป็นเทพด้านการศึกษาวิชาความรู้ สื่อถึงความปรีชาสามารถทางด้านปุ่น (วิชาชั้นสูง เช่น กวีนิพนธ์) ของจักรพรรดิ และบริเวณนี้เป็นมุมมหาชนที่สามารถชมวิว Tower of Buddhist Fragrance บนยอดเขาหมื่นปีอย่างโดดเด่น

  • Hall of Jade Ripples Yulan Tang

แต่ถ้าเดินย้อนกลับมาทางเดิมจะเจอกับ ตําหนัก Yulian Tang เป็นตําหนักที่พระนางซูสีไทเฮา ได้จองจําจักรพรรดกวังซวี่ หลังจากล้มเหลวในนโยบายการปฏิรูป 100 วันในปี ค.ศ.1898 ตําหนัก Yulan Tang อยู่ด้านหลัง Hall of Benevolence and Longevity

  • ตำหนักโรงละคร The Grand Theater

ผ่าน Hall of Benevolence and Longevity มาทางขวาผ่านประตู Deheyuan ก็ถึงตําหนักโรง ละครของพระนางซูสีไทเฮา (จะมีการตรวจตัวอีก รอบ) ตําหนัก Hall of Celebrating Virtues และ สวน Garden of Virtue and Harmony อยู่ใกล้กัน ขนาดของตําหนักโรงละครกลางแจ้งทําจากไม้ทั้งหลังมีขนาดใหญ่โต ดูขลังและเก่าแก่ที่สุดของจีน ที่ยังคงสภาพเดิมไว้ได้สร้างในปี ค.ศ. 1891-1895 สูง 21 เมตร กว้าง 17 เมตรมี 3 ชั้น

จักรพรรดิกวังซวี่ ผู้ไร้อํานาจ (Guangxu- ค.ศ. 1871-1908)

ทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ 3 ชันษา ตามพระประสงค์ของพระนางซูสีไทเฮา โดยมีพระนางซูอันไทเฮา (มเหสี ของจักรพรรดิเสียนเฟิง) กับพระนางซูสีไทเฮาเป็นผู้สําเร็จราชการแทน หลังจากจักรพรรดิกวังซวี่ซันษามากขึ้น พระองค์มีความคิดจะปฏิวัติจีน ให้ทันสมัยทัดเทียมประเทศอื่น โดย ให้จักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เฉกเช่นญี่ปุ่นในเวลานั้น เรียกว่า “การปฏิรูป 100 วัน” แต่พระนาง ซูสีไทเฮามีความคิดอนุรักษ์นิยมจึงทรงคัดค้าน ร่วมกับขุนนางเก่าที่เสียผลประโยชน์ ได้ทํารัฐประหาร ยึดอํานาจและจับพระองค์ไปคุมขังตลอดชีวิต จากนั้นพระนางซูสีไทเฮา ได้ควบคุมอํานาจแบบเบ็ดเสร็จ จนสิ้นยุคจักรพรรดิกวังชุวี่

พระนางซูสีไทเฮา ผู้กุมอํานาจเหนือบัลลังก์มังกร (ค.ศ. 1835-1908)

หรือ สื่อไทโฮว เป็นลูกขุนนางตระกูลชั้นกลาง ได้ถูกคัดเลือกได้เป็นนางสนมของจักรพรรดิเสียนเฟิงและให้ กําเนิดโอรส คือจักรพรรดิถงจื้อ พระนางมีบทบาทในฐานะผู้สําเร็จราชการของจักรพรรดิกวังซวี่ และปกครองจีนนานเกือบ 47 ปี ว่ากันว่าที่พระนางคัดค้านการปฏิรูปของจักรพรรดิกวังซวี่ เพราะจักรพรรดิกวังซวีไปตั้งให้ญี่ปุ่นซึ่ง อยากจะผนวกจีนเข้ากับดินแดนของตนมาเป็นที่ปรึกษา แต่ขณะนั้นจีนได้แพ้สงครามกับ 8 ชาติพันธมิตร ประชาชน ประสบปัญหายากจน มีการเก็บภาษีขูดรีด แต่พระนางกลับ ใช้เงินไปกับการซ่อมแซมพระราชวังฤดูร้อนที่ถูกเผาทําลาย ช่วงสงคราม จึงเริ่มมีแรงต่อต้านของประชาชน

หลังจากจักรพรรดิกวังซวีสวรรคต ก่อนพระนางเพียง 1 วัน (ภายหลังมีรายงานว่า จักรพรรดิกวังซวี่ถูกวางยา บ้างก็ว่าเกิดจากพระนางซูสีไทเฮากลัวจักรพรรดิกวังซวี่จะคิดปฏิรูปประเทศถ้าตนเองสวรรคตก่อน แต่อย่างไรก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางเป็นผู้สั่งการ) ขณะที่ประชวรอยู่พระนางจึงแต่งตั้งจักรพรรดิผู้อี้ขึ้นแทน แต่อีก 3 ปีต่อมาก็เกิดการปฏิวัติ ของ ดร.ซุนยัดเซ็น พระองค์จึงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet