เขาเซียงซาน อีกหนึ่งสถานที่ในประวัติศาสตร์ที่น่าเดินทางมาชม

– ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่ง-

เขาเซียงซาน
(Xiangshan Park)

เขาเซียงซาน มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Fragrant Hills Park ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงปักกิ่งไม่ห่างจากพระราชวังฤดูร้อนเท่าไหร่ โดยมียอดสูงสุดชื่อ เซียงหลูเฟิง Xianglu (Incense Burner Peak) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Guijianchou (Devil Frowning Peak) ในแง่ประวัติศาสตร์ก็ไม่น้อยหน้าใคร สวนเริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1186 ตั้งแต่ราชวงศ์จนเป็นที่ประทับส่องสัตว์ช่วงฤดูร้อนของจักรพรรดิ และใช้ต่อมาในราชวงศ์หยวนหมิงชิง ในสวนแห่งนี้เดิมเคยมีวัดเซียงซานที่มีขนาดใหญ่โตมาก่อน และในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงทรงสั่งให้สร้างพระตําหนักและวัดต่าง ๆ เพิ่มในสวนอีก 28 แห่ง และ ตั้งชื่อว่าสวน Jingyi ทั้งเขาเซียนซานและสวน Jingyi มี ทั้งหมด 3 ยอดเขาและ 5 สวน แต่ตําหนักเหล่านี้ล้วนถูกทําลายแทบหมดสิ้นในสงครามกับกองทัพฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1860 และสงครามกบฏในยุคจักรพรรดิกวังซวี (Guangxu) ค.ศ. 1900 อย่างไรก็ตามก็ยังเหลือสถานที่ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งศาลา, ระเบียงตําหนัก, วัดและซุ้มประตูกระจัดกระจายแทรกกับสวนป่าขนาดใหญ่ที่ร่มรื่น

เมื่อรถเมล์จะเข้ามาจอดตรงลานกว้างใหญ่มาก ให้เล็งเดินตรงไปทิศที่เห็นภูเขาสีเขียวๆ จะเจอประตูทางเข้าทิศตะวันออก ส่วนที่ขายตั๋วอยู่ด้านนอกทางซ้าย

เวลาเปิดให้เข้าชม: 06:00-18:30 น.
ค่าเข้าชม: 1 เม.ย.-15 พ.ย. 10 หยวน, 16 พ.ย.-31 มี.ค. 5 หยวน
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 4 สถานี Bei gongmen แล้วนั่งรถเมล์ 563, 331 จากป้ายหน้าพระราชวังฤดูร้อน ครึ่งชั่วโมงกว่าลงป้ายสุดท้ายได้เลย

  • Qinzheng Hall

อาคารที่เห็นปับหลังผ่านประตูทางเข้าคือ Qinzheng Hall (Imperial Residence) เป็น 1 ใน 28 แห่งที่จักรพรรดิเฉียนหลงทรงสั่งให้สร้างตัวอาคารได้รับการบูรณะใหม่เมื่อ 2003 ซึ่ง Qinzheng Hall เป็นที่ว่าราชการของจักรพรรดิเฉียนหลงร่วมกับเหล่าขุนนาง ยามเมื่อพระองค์แปรพระราชฐานมาที่เขาเซียงซาน

ภายในมีห้อง Zhi Yuan room หรือห้องบัลลังก์มังกรและ รอบๆจัดแสดงนิทรรศการแสดงเรื่องราวของพระราชวงศ์และ ประวัติเขาเซียงซาน

จักรพรรดิเฉียนหลง (ค.ศ.1711-1799)

จักรพรรดิที่ 6 แห่งราชวงศ์ชิง รัชสมัยของพระองค์เป็นยุคที่บ้านเมืองสงบสุข ผลผลิตเกษตรอุดมสมบูรณ์ ในการศึกสงครามสามารถแผ่ขยายอาณาเขตได้กว้างใหญ่ที่สุดใน ราชวงศ์ชิง และมีผลงานสําคัญทรงให้จัดทําสารานุกรม “ชื่อ คู่เฉวียนซู” เสมือนดังมรดกล้ำค่า แต่ปลายรัชสมัยพระองค์ กลับใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายและหลงใหลในนารี มีขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง จึงนํามาสู่ความตกต่ำของราชวงศ์ (เทียบยุคจะตรงกับสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาให้พม่าครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 สมัยสมเด็จ พระเจ้าตากสิน กระทั้งรัชกาลที่ 1 มีบันทึกว่าไทยได้ส่งพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการถวายจักรพรรดิเฉียนหลง)

  • สวน Zhisong

ออกจาก Qinzheng Hall ไปทางขวามือ (ทิศเหนือ) ราว 50 เมตร ก็ถึงสวน Zhisong จุดสังเกตคือป้ายหินขนาดใหญ่ ตัวหนังสือสีแดงที่ใครมาถึงก็ต้องมีรูปคู่ป้ายด้วยทางเดินในสวนล้วนเป็นทางที่ปซีเมนต์อย่างดี ส่วนไหนที่มีความชันทางขึ้นเขาก็จะไล่ slope มาให้หรือถ้าชันมากก็จะเป็นทางบันไดให้ เรียกว่าเดินง่าย สบาย คล่องและไม่ต้องกลัว หลงเพราะมีป้ายทุกมุมแยกทั้งภาษาจีนควบคู่ภาษาอังกฤษ เพียงขอให้รู้แต่ว่าจะไปไหนก็พอ

  • วัดเจาเหมี่ยว (Zhao Miao Temple)

เมื่อเดินตามทางมาเรื่อยๆ จะมีทางแยกไปทางซ้ายเดินขึ้นเขาประมาณ 10 นาที เดินชมนกชมไม้มาตลอดทางจะเจอวัดขนาดใหญ่ชื่อว่าเจ้าเหมียว สร้างในช่วงครองราชย์ ปีที่ 45 ของจักรพรรดิเฉียนหลง ค.ศ.1780 ถูกใช้ต้อนรับคณะผู้นําศาสนาพุทธนิกายทิเบต ด้านหลังของวัดมีเจดีย์แปดเหลี่ยม Liuli Wanshou ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ สีเขียวสีมรกต 8 เหลี่ยมสูง 7 ชั้นราว 30 เมตร แต่ละชั้นมีหลังคายื่นออกมาที่ปลายมุมหลังคาแขวนกระดิ่งทองสัมฤทธิ์ 56 ใบที่จะ บรรเลงเสียงกรุ๊งกริ้งยามลมพัดโชยมา

  • ทะเลสาบแว่นตาเหยียนจิ้ง (Hanjing : Glasses Lakes)

และเมื่อเดินกลับลงมาจะเจอทางหลัก ที่จะนําไปสู่ทะเลสาบแว่นตาเหยียนจิ้ง ซึ่งมี 2 สระถูกแบ่งด้วยสะพานหินทําให้เมื่อมองจากด้านบนคล้ายแว่นตาโดยเฉพาะเมื่อขึ้น แชร์ลิฟต์ ขึ้นลงจากยอดเขาจะเห็นทะเลสาบ น้ําสีเขียวเข้มได้อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากน้ำพุ Zhuoi บริเวณวัด Biyนท

และเมื่อเดินข้ามสะพานหินมาทางซ้ายมือเป็นทางขึ้นแชร์ลิฟต์ที่ขายตัวอยู่หน้าทางขึ้น ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ก็ลองเดินเล่นออกมาทาง North Gate ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องซื้อตัว เข้าไปใหม่ค่ะยังอยู่ในพื้นที่ แต่ถ้าเผลอเดินออกจาก North Gate ไปทางขวาเรื่อยๆ จนเจอป้อมทางเหนือ (North Fortress) นั่นคือทางออก

– วัด Biyun –
(Temple of Azure Clouds)

สร้างสมัยราชวงศ์หยวนปี ค.ศ. 1331 ในสไตล์วัดพุทธแต่พอในราชวงศ์หมิงขุนนางทรยศ ได้เปลี่ยนวัดให้กลายเป็นที่พักตากอากาศส่วนตัวแทน จนกระทั่งสมัยจักรพรรดิคังซีจึงรับสั่งให้รื้อสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เกี่ยวข้องออกให้หมด ต่อมา จักรพรรดิเฉียนหลงหลานของจักรพรรดิคังซี ได้สั่ง ให้ขยายวัดเพิ่มเติมและบูรณะเรื่อยมา ปัจจุบันมี พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 6 ศาลาที่ ไล่ระดับตามเนินในปี ค.ศ. 2001 รัฐบาลจีนได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สําคัญของชาติ

ที่ประตู Mountain Gate Hall จะมีเทพทวารบาล 2 ตนยืนเฝ้าประตูคือ Heng และ Ha หลัง ผ่านประตูเข้ามาด้านในจะพบหอกลองและ หอระฆัง และ Mahavira Hall อาคารรูปทรง ผสมผสานแนววัดพุทธ ด้านในมีพระสังกัจจายน์ พระพุทธรูปศากยมุนี พระโพธิสัตว์และพระ อรหันต์สาวกอยู่ทางด้านข้างไว้สําหรับสักการบูชา

Note: Heng และ Ha คือเทพทวารบาลที่ยืนเฝ้าประตู จะพบเจอได้ในวัดพุทธของจีนและ อินเดีย ลักษณะของ Ha มักจะอ้าปากกว้าง ตรงข้ามกับยักษ์ Heng ที่กัดฟันโดยทั้ง 2 มีลักษณะดุดันและถืออาวุธในมือ เช่น คฑา หรือค้อนไม้ ในท่าพร้อมต่อสู้กับสิ่งชั่วร้าย

เวลาเปิดให้เข้าชม: ปิด-เปิดเวลาเดียวกับสวนจึงซาน
ค่าเข้าชม: 10 หยวน
สถานที่ตั้ง: วัดตั้งทางตอนเหนือสุดของสวน ด้านนอกของประตู North Gate

  • Ka Sun Yatsen Memorial Hall

จัดแสดงภาพเรื่องราวประวัติศาสตร์ และรูปปั้นของ ดร.ซุนยัดเซ็น ผู้นําพรรค ก๊กมินตั้งและด้านข้างมีหีบศพที่ทางสหภาพโซเวียตมอบให้เมื่อ ดร.ซุนยัดเซ็นเสียชีวิต ในปี ค.ศ.1925 ที่กรุงปักกิ่ง แต่โลงศพแก้ว นี้ไม่ได้ใช้งานจริงโดยศพของ ดร.ซุนยัดเซ็น ถูกนําไปฝังไว้ใน Vajra Throne Pagoda วิหาร 5 ยอดด้านหลังสุดของวัด Biyun แทนเป็นเวลา 4 ปีและภายหลังได้นําศพไปฝังที่เมืองนานกิงแทน ส่วนป้ายหน้าหอ Sun Yatsen Memorial Hall ถูกเขียนขึ้นโดย ซึ่งชิงหลิง (Soong Ching-ling) ภรรยาของ ดร.ซุนยัดเซ็น

ดร.ซุนยัดเซ็น

หรือซุนจงซาน (ค.ศ.1866-1925) ผู้ได้รับฉาญา “บิดาแห่ง ชาติ” ดร.ซุนยัดเซ็นได้รับการศึกษาการแพทย์ตะวันตกจาก มหาวิทยาลัยในฮ่องกง พอได้กลับมาบ้านเกิดจึงได้รู้ว่าคนจีนมี ความเชื่อที่งมงายและมีความเป็นอยู่ที่ล้าหลัง ดร.ซุนยัดเซ็นเคย เสนอแผนการปฏิรูปแก่ราชสํานักราชวงศ์ชิง แต่ราชสํานักก็ไม่สนใจ ภายหลังเขาจึงได้ตั้งพรรคก๊กมินตั้งขึ้น และเกิดปฏิวัติซินไฮ ในปี ค.ศ.1911 ล้มล้างราชวงศ์ชิงจนสําเร็จ ดร.ซุนยัดเซ็นได้รักษาการประธานาธิบดี จัดตั้งรัฐบาลที่เมืองนานกิง และประกาศตั้ง สาธารณรัฐจีน วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1912 โดยยึดหลักปกครองไตรราษฎร์ คือ ชาตินิยม ประชาธิปไตยและความเป็นอยู่ของประชาชน ในการปกครองแผ่นดินจีนในช่วงนั้น

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet