ลัดเลาะเที่ยวยังตำหนักต่างๆในพระราชวังฤดูร้อน

พระราชวังฤดูร้อน

-พระราชวังฤดูร้อน-

  • Hall of Happiness and longevity
    Leshou Tang

จากโรงละครเมื่อเดินออกประตูทางเดิมที่เช็คตัวช่วงนี้เส้นทางดสับสนเล็ก จะหาทางไปต่อไม่เจอเพราะหมู่อาคารบดบังทางเดิน เลยใช้วิธีเดินตามคนหมู่มากจะผ่านตําหนัก Hall of Happiness and longevity ปี ค.ศ. 1750 เป็นตําหนักที่ประทับของ ซูสีไทเฮา สร้างในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ตัวตําหนักไม่ได้เปิดให้ชมภายใน เป็นอาคารเดียวที่ดูเรียบง่ายและไม่โดดเด่นคล้ายกับศาลาอื่นๆ

พระราชวังฤดูร้อน

  • ระเบียงยาวฉางหลาง (Chang Lang)

เมื่อเดินต่อไปอีกจะเจอระเบียงฉางหลางยาวเลียบทะเลสาบคุนหมิงอยู่หน้าหุบเขาหมื่นปี สร้างสมัยจักรพรรดิ เฉียนหลง ค.ศ. 1750 ระเบียงมีความยาว 728 เมตร แบ่งเป็น 273 ตอน มีภาพวาดบนส่วนของคานถึง 14,000 ภาพ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ทิวทัศน์ ดอกไม้ นก เรื่องราว ตํานานพื้นบ้านและได้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊คในปี ค.ศ.1990 ถึงความยาวและจํานวนภาพวาดมากที่สุด ในสมัยพระนางซูสีไทเฮาเองก็ได้มาเดินเล่นที่ระเบียงฉาง หลางหลังเสวยพระกระยาหารเช้าเป็นประจําทุกวัน

ตลอดความยาวของระเบียงถูกคั่นด้วยศาลา 4 ศาลา แทน 4 ฤดู ระหว่างที่เดินชมภาพบนคานระเบียงจะผ่านตําหนักต่างๆ ถ้ามีเวลาลองแวะชมดู ในยามบ่ายนี้ผู้คนก็ยังไม่ลดจํานวนแต่อย่างใด ระหว่างทางจะเดินไปหุบเขาหมื่นปี สายตาก็ไปสะดุดกับผู้คนที่มุงหินก้อนใหญ่รูปทรงขรุขระ หินก้อนนี้ชื่อว่า หินแห่งความโชคร้าย

หินแห่งความโชคร้าย

มีเรื่องเล่าว่าขุนนางผู้ร่ํารวย Mi Wanzhong ในสมัยราชวงศ์หมิง หลงใหลหินก้อนนี้มาก ยอมทุ่มเทเงินทองจนสิ้นเนื้อประดาตัวเพื่อนําหินก้อนนี้กลับ ไปบ้านแต่ก็ไม่สําเร็จ จนกระทั่งจักรพรรดิเฉียนหลง เสด็จผ่านมาพบ แม้ตอนแรกไม่สนใจ แต่ขุนนางเลขาได้กราบทูลว่า หินก้อนนี้มีพลังอํานาจที่จะช่วยค้ำจุน ราชวงศ์ชิง การขนย้ายเข้ามาถึงกับต้องทุบกําแพงวังทิ้ง และได้นํามาตั้งหน้าตําหนัก คล้าย ฉากที่คอยปกป้องสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าสู่ตําหนัก

  • เรือหินอ่อน

สุดปลายทางระเบียงฉางหลางจะเห็นเรือหินอ่อนจอดสงบอยู่ของเดิมสร้างในปี ค.ศ. 1775 ทําจากไม้ฐานเป็นหินในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง และถูกเผาทําลายจากสงครามกับกอง กําลังฝรั่งเศสใน ค.ศ.1860 ต่อมาจึงสร้างขึ้นใหม่ในสมัยพระนางซูสีไทเฮาตามสไตล์ตะวันตก ในปี ค.ศ.1893 เรือยาว 36 เมตร สูง 8 เมตร 2 ชั้น แกะสลักจากหินอ่อนทั้งลําที่หาค่ามิได้ และกรุด้วยหน้าต่างกระจกสี ที่มีลวดลายสวยงามยิ่งนัก

  • เรือมังกรข้ามฟาก

ใกล้ๆกันมีท่าเรือขนาดเล็กที่มีเรื่อนํา เที่ยวที่ตกแต่งคล้ายมังกร ที่แล่นได้จริง พาไปยังเกาะหนานหที่อยู่กลางทะเลสาบ เป็นทางลัดที่ดีที่ไม่ต้องเดินอ้อมไปยังเกาะหนานหู 

ค่าโดยสาร: 20 หยวน

  • ซุ้มประตู Glowing Clouds and Holy Land Archway

ส่วนครึ่งทางของระเบียงฉางหลาง จะพบซุ้มประตูที่สวยงามเมื่อหันหน้าเข้าหาหุบเขาหมื่นปี (Wanshou Shan) จะเจอประตูทางเข้ามีรูปปั้นสิงโตขนาบ 2 ข้าง ด้านในมีศาลาหมู่ตําหนักน้อยใหญ่

  • ศาลา Cloud Dispelling Hall Paiyun Dian

เป็นศาลาแรกที่เราเจอ มีโครงสร้างหลังคา 2 ชั้นด้านในมีบัลลังก์ที่แกะสลักจากไม้ที่งดงาม ซึ่งบัลลังก์นี้พระนางซูสีไทเฮา เคยประทับยามที่จักรพรรดิกวังซวี่ และเหล่าขุนนางคุกเข่าอวยพรในวันคล้ายวัน ประสูติของพระนาง

  • หอเสื้อเชียนเก้อ Tower of the Fragrance of the Buddha : Foxiang Ge

พอได้เงยหน้ามองขั้นบันไดด้านข้าง ต้องแอบถอนหายใจเบาๆ คือ ทางขึ้นหอเฝ๋อเซียนเก้อรูปทรงแปดเหลี่ยมสูง 41 เมตร บนเขาสูง 60 เมตร มันคือทางขึ้นเขาชัดๆ ภายในหอเฝือเซียนเก้อมีเจ้าแม่กวนอิม 1,000 มือ สูง 5 เมตร สร้างในสมัยจักรพรรดิหวังลมๆ ราชวงศ์หมิงให้ได้กราบไหว้สักการะด้วย

ทะเลสาบคุนหมิงเมื่อมองจากระเบียงของหอเฝือเซียนเกือจะเห็นเกาะหนานหรูปร่างคล้ายเต่า ตามความเชื่อคนจีนว่าเต่าหมายถึงอายุยืน ส่วนทะเลสาบคุนหมิงรูปร่างคล้ายลูกพีช หมายถึงสุขภาพดีและอายุยืน

  • ศาลา Precious Clouds Pavilion
    Baoyun Ge

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหอเฝ๋อเชียนเก้อ หรือ Bronze Pavilion ที่รอดพ้นจากการทําลายของ กองทัพต่างชาติ สร้างในสมัยจักรพรรดิเฉียงหลงในปี ค.ศ.1755 ทําจากโลหะทองสัมฤทธิ์ทั้งหลังหนัก207 ตัน สูง 7.55 เมตร เป็นผลงานเทคนิคการหล่อโลหะที่โดดเด่นอย่างมากในประวัติศาสตร์จีน

  • หมู่วิหาร Revolving Archives

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหอเฝ๋อเซียนเก้อ สีแดงของหมู่วิหารตัดกับเนินเขาสีเขียวด้านหลังดู สวยงามมากทีเดียว ส่วนทางขวามือ เป็นจุดตรวจตัวอีกครั้งก่อนเข้าจะมีทางให้เดินไปยังวัดซื้อหุ่นไห่ (Sea of Wisdom Temple) อยู่ทางด้านหลัง หอเฝ๋อเซียนเก้อ

  • วัดจื้อหุ่นไห่
    Sea of Wisdom Temple : Huihai Si

ตั้งบนจุดสูงสุดของเขาหมื่นปี ด้านนอกประดับกระเบื้องเคลือบสีเหลืองและสีเขียว และพระพุทธรูปกระเบื้องสีเหลืองโดยรอบจํานวน 1,008 องค์ ที่รอดพ้นการเผาทําลายของกองทัพฝรั่งเศส ด้านในมีพระพุทธเมตตา (Guanyin) ในท่านั่งสมาธิบนบัลลังก์ดอกบัว

  • วิหารวัด Four Great Regions

สร้างในสมัยจักรพรรดิเฉียงหลงด้วยศิลปะทิเบตผสมผสานศิลปะชาวฮัน และ ถ้ามองภาพจากที่สูง Bird’s eye view จะเห็นโครงสร้างในแนวระนาบจากทิศเหนือสู่ทิศใต้เป็นรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม และครึ่งวงกลมตามลําดับ แตกต่างจากหมู่ตําหนักทางด้านทิศใต้ของเขาหมื่นปี

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet