ชื่นชมความอลังการของสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน ‘กําแพงหมื่นลี้’

wanli-changcheng

กําแพงหมื่นลี้
The Great wall

ได้ย้อนเวลากลับไปราว 2,500 ปีเพื่อชมกําแพงเมืองจีนหรือ Wanli Changcheng คือ สมบัติที่น่าภาคภูมิใจของชนชาติจีน ตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลามาหลายยุคหลายสมัย ผ่านมาแล้วหลายราชวงศ์ ถือว่าเป็น 1 ใน 3 สัญลักษณ์ประเทศจีน (อีก 2 แห่งคือพระราชวัง ต้องห้ามและสุสานทหารดินเผาของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้) ในปัจจุบันกําแพงเมืองจีนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้วในปี ค.ศ.1987

การก่อสร้างเริ่มแรกประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาลโดยเป็นการสร้างแยกของแต่ละนครรัฐในสมัยนั้นเพื่อป้องกันการรุกรานของชนเผ่าอื่นทางตอนเหนือของประเทศ แต่ภายหลังที่จักรพรรดิจีนซีฮ่องเต้ (Qinshihuang) ได้รวบรวมนครรัฐต่างๆกลายเป็นปึกแผ่น ราว 221-220 ปีก่อนคริสตกาล จึงได้เชื่อมเอากําแพงเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อใช้ป้องกันประเทศ ส่วนราชวงศ์ยุคต่อๆมาก็สร้างขยายความยาวของกําแพงต่อเรื่อยๆ จนมาจบที่ราชวงศ์หมิง กำแพงบางส่วนตัดผ่านกันและบางส่วนไม่มีการเชื่อมต่อแต่อาศัยแนวภูเขาตรงช่วงนั้น ทําหน้าที่แทนกําแพงและแน่นอนกําแพงนี้ใช้แรงงานหลายแสนหลายล้านคนและล้วนถูก 1แรงงานอย่างทารุณท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บเพื่อสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

แต่ดูเหมือนว่ากําแพงนี้จะไร้ผลเมื่อกองทัพมองโกลได้ยกทัพบุกตีและเข้ามาก่อตั้งราชวงศ์หยวนปกครองชาวฮั่นในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 89 ปี (ค.ศ.1279-1368) และอีก ครงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยชาวแมนจโค่นล้มราชวงศ์หมิง (ชาวฮัน) ก่อตั้งราชวงศ์ชิง แทนและปกครองมายาวนานถึง 250 ปี

บางส่วนของกําแพงเดิมได้พังทลายไร้การบูรณะหลายจุดและบางส่วนถูกรื้อเอาหินธิ ไปสร้างถนน เขื่อนและสิ่งก่อสร้างอื่นๆแทน ส่วนที่เราเห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่สร้างในยุค ของราชวงศ์หมิง ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยใช้วัสดุที่คงทนกว่า ทั้งหินขนาดก้อนเล็กก้อนใหญ่ อิฐที่ผ่านการเผาไฟ และส่วนผสมของดินและยางอัดแน่น

กําแพงเมืองจีนตั้งต้นจากด่านเจียยู่กวน (Jiayuguan) ทิศตะวันตกไปสู่ Hushan ในมณฑลเหลียวหนิง (Liaoning) ทางทิศตะวันออก มีความยาว 8,851.8 กิโลเมตร สูง 6-7 เมตร กว้าง 5-6 เมตรโดยเฉลี่ย จะประกอบด้วยกําแพงทางเดิน หอเฝ้าระวัง ป้อมปราการ หอส่ง สัญญาณและด่าน โดยด่านที่มีชื่อเสียงมีหลายแห่ง เช่น ปาต้าหลิง (Badaling), เจียยู่กวน (Jiayuguan), ซือหม่าไถ (Simatai), ซานไร่กวน (Shanhaigaun) ฯลฯ ส่วนด่านที่ผู้คนนิยม ไปและไม่ห่างจากกรุงปักกิ่งคือด่านปาต้าหลิง (Badaling) ซึ่งยังมีสภาพที่สมบูรณ์และเดินง่าย เพราะมีราวให้จับด้วย

ภาพของกําแพงเมืองจีนในมุมสูงไม่ต่างอะไรกับมังกรขนาดใหญ่ที่กําลังนอนหลับไหลคอยเฝ้าคุ้มครองชาวจีน โดยมีลําตัวพาดผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกันทั้งทะเลทราย ภูเขา ทุ่งหญ้า จากฝั่งหนึ่งของแม่น้ำฮวงโหไปสิ้นสุดยังทะเล ปู่วไห่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และเป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

  • ด่านปาต้าหลิง (Badaling)

ด่านปาต้าหลิงตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่งราว 70 กิโลเมตร กําแพงส่วนนี้สร้างในช่วงราชวงศ์หมิงในปี ค.ศ.1505 กําแพงตรงช่วงนี้สูง 6-9 เมตร กว้าง 4.5-5.8 เมตรพอมาให้ม้า 5 ตัวหรือคนเดินเรียงหน้ากระดานได้ 10 คนพร้อมกัน ส่วนของทางเดินปูด้วยหินขนาดใหญ่และปรับให้เรียบ ช่องที่เจาะเห็นตามกําแพงไว้สําหรับยิงธนูใส่ข้าศึกศัตรู สําหรับหอเฝ้าระวังมีจํานวนทั้งหมด 43 หอ รูปทรงสี่เหลี่ยม 2 ชั้นสูงราว 10 เมตร และยัง ใช้เป็นป้อมปราการที่พักอาศัยของเหล่าทหารยามและเก็บเสบียงส่วนหอส่งสัญญาณมีอยู่ ทั้ง 2 ฝั่งด้านนอกของกําแพงห่างกันทุก ๆ 5-10 ลี (2.5-5 กิโลเมตร) กรณีที่มีข้าศึกบุก หอส่งสัญญาณจะทําหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนเป็นทอดๆ โดยใช้ควันไฟในช่วงกลางวันและจุดไฟในเวลากลางคืนโดยใช้มูลหมาป่าเป็นเชื้อเพลิง รวมทั้งมีการตีกลองหรือตีระฆังแจ้งเหตุ ปัจจุบัน UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนกําแพงเมืองจีนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1987

wanli-changcheng

การเดินทางไปกลับ

สามารถนั่งรถเมล์สาย 877 จากท่ารถประตู เต๋อเฉิงเหมิน (Deshengmen) เวลาเดินรถขาไป 1 เม.ย.-15 พ.ย. 06:00-12:30 น., 16 พ.ย.-31 มี.ค. 06:30-12:30น. ดังนั้นต้องไปให้ทันขึ้นรถก่อน 12:30น. (รถไม่มีทั้งวัน) ส่วนขากลับจากด่านปาต้าหลิง 1 เม.ย.-15 พ.ย. 10:30-17:00 น., 16 พ.ย.-31 มี.ค. 11:00-16:30 น.

ที่ท่ามีรถบัสสีเขียวหลายสายมาจอดรอ แต่ในปัจจุบันมีเพียงสาย 877 ที่ไปด่านปาต้าหญิงแม้จะ เคยอ่านว่ามีสาย 919 แต่พอสอบถามเจ้าหน้าที่ต่างมาแค่สาย 877 สายเดียว สําหรับจุดจอดจะมีป้าย ซีบอกทางเป็นระยะและสังเกตง่ายมากตรงที่ผู้คนต่อคิวยาวเหยียด

พอคนขึ้นเต็มก็ออกรถทันที่ไม่ได้มีตารางเวลา บนรถจะมีพนักงานมาเก็บค่าโดยสาร ถ้าใช้บัตรอี้ข่าทงก็แค่ยื่นส่งให้เขาจะเอาไปแตะที่เครื่องอ่านบัตรเพื่อตัดเงิน และตอนลงก็ต้องแตะ อีกที่ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง บนรถมีไกด์มาแนะนําสถานที่ ระหว่างเดินทาง แต่ซาวด์แทรคจีนล้วน ๆ ไร้ซับอังกฤษเสียนี่ และเราจะผ่านด่านจูหยงกวน (Juyong Guan) ด้วยทิวทัศน์อาจไม่ตระการตาเท่าที่ด่านปาต้าหลิง เลยไม่มีใครลงที่ด่านนี้เลย

Note: นอกจากนี้ยังมีด่านอื่นที่พอเดินทางจากปักกิ่งได้ใน 1 วันคือ

• ด่านมู่เถียนยู่ (Mutianyu) ตั้งห่าง 90 กม. ทางทิศเหนือของปักกิ่ง นั่งรถบัสสาย 6 จาก Xuanwu Men หรือ 919 และ 936 ท่ารถประตูเพื่อเฉิงเหมิน ต้องต่อแท็กซี่ กําแพงช่วงนี้ผู้คนน้อยและทิวเขาสวยงามและกําแพงบาง ส่วนเป็นของเก่าสมัยรัฐฉี (550-77 ปีก่อนคริสตกาล) มีเคเบิลคาร์และรถเลือนบริการ

• ด่าน Huanghua Cheng ตั้งห่าง 60 กม. ทางทิศเหนือของปักกิ่ง นั่งรถบัสสาย 919 จากท่ารถประตูเต๋อเฉิงเหมิน ต้องต่อแท็กซี ด่านนี้ค่อนข้างทรุดโทรมและผนังกําแพงหายไป ถูกสร้างสมัยราชวงศ์หมิงและได้รับการพัฒนาน้อยกว่าโซนอื่น

  • ด่านซือหม่าไถ่ (Simatai) ตั้งห่าง 110 กม. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปักกิ่ง นั่งรถบัส 980 ที่ท่ารถ ประตูเพื่อเฉิงเหมินลง Miyun Gulou และต่อบัส 51 หรือแท็กซี่ลงด่านซือหม่าไถ่ กําแพงด่านนี้ค่อนข้างชั้นแตม เคเบิลคาร์บริการ สามารถเดินเทรคกิ้งไปถึงด่าน Jinshanling ได้ด้วยระยะทาง 10 กม.

หลังจากได้ตัวมาเรียบร้อยราคา sliding car แพงเอา เรื่องเหมือนกัน แต่เพื่อถนอมขาซึ่งไม่รู้ว่าจะเหนื่อยมาก แค่ไหนและประหยัดเวลาในการเที่ยวด้วย ซึ่งการเดินขึ้นก็สามารถทําได้เช่นกันถ้ามีเวลามากพอ หรืออาจจะใช้เฉพาะขาขึ้น ส่วนขาลงเดินลงมาได้

บริเวณรอบลานจอดรถมีร้านขายอาหารของ ที่ระลึกและห้องน้ำ แนะนําให้ทําธุระเหล่านี้ก่อนขึ้น กําแพง เพราะระหว่างเดินจะไม่มีห้องน้ำ ยกเว้นที่ป้อม ที่ 4 การเข้าห้องน้ำสาธารณะในปัจจุบันแม้จะมีประตู ปิดเป็นห้องๆเป็นชักโครกหรือแบบนั่งยอง

ถ้าจะไปขึ้น sliding car ก็ให้เดินผ่านประตูหมีดังรูป เข้าไปก็จะเจอบ่อเลี้ยงหมีอยู่ 2 บ่อ ที่กําลังนอนเล่นตากแดดอยู่ แนะนําว่าชมทักทายแค่พอผ่านๆไปก่อน เพราะ คิวรอขึ้น sliding car นั้นไม่ปราณีใคร ยืนไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง และยิ่งช้าแดดข้างบนนั้นแรงไม่น้อยเลย

หนึ่งในเรื่องเล่าของกําแพงเมืองจีน…

กล่าวถึงหญิงสาวนามว่า Meng Jiangทน ที่สามีของเธอถูกเกณฑ์แรงงานไปสร้างกําแพงนี้ เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวเธอมีความเป็นห่วงเป็นใยจึง ได้นําเอาเสื้อกันหนาวที่เธอทอเองไปให้สามี หลัง จากเดินรอนแรมมาถึงบริเวณที่ก่อสร้างแต่กลับ ไม่พบสามีคนงานที่เป็นเพื่อนจึงได้บอกว่าสามี ของเธอตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยและถูกฝัง ใต้ฐานกําแพงไปแล้ว เธอเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ เป็นเวลานานจนทําให้กําแพง 800 ลี้พังทลาย เผยให้เห็นโครงกระดูกจํานวนมากที่ถูกฝังไว้แม้ ไม่รู้ว่าอันไหนคือกระดูกสามี แต่เธอก็จึงหยิบเอามาส่วนหนึ่งแล้วไปกระโดดน้ำตายตามสามี ด้วยความซื่อสัตย์ในความรัก จึงได้มีการสร้างวัดชื่อ Meng Jiangทน อุทิศให้กับรักแท้ที่มีจริง

ทางเดินกลับจากป้อมที่ 8 เพื่อมาขึ้น sliding car จะมีทางเดินขาลงแยกอยู่ด้านข้างของกําแพง เมืองจีน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องไปสวนกับผู้คนที่หลั่งไหลขึ้นมาที่ป้อมที่ 2 ระหว่างทางก็ได้เจอกับ แผงเล็ก ๆ รับสลักชื่อบนเหรียญทองเป็นที่ระลึก ว่ามาเยือนกําแพงหมื่นลี้แล้ว อารมณ์เหมือนขึ้นแท่นรับเหรียญทอง ในที่สุด ก็ไปถึงด่านสุดท้ายสําเร็จจนได้ เหรียญ ราคา 10 หยวนพร้อมสลักชื่อ วันที่เสร็จ สรรพว่าแล้วจัดมา 1 เหรียญ

Note:

ที่ด่านปาต้าหลิงมีแยกเส้นไปทางทิศเหนือและเส้นไปทางทิศใต้ แล้วแต่จะเลือกหรือจะควบทั้ง 2 เส้นก็ได้ให้ คุ้มค่าตั๋ว เส้นไปทางทิศเหนือ มีทั้งหมด 12 ป้อม (หอเฝ้าระวัง) และป้อมที่ 8 จะเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุด เส้นทางนี้มีหินจารึกของเหมาเจ้าตุง มีทั้งเคเบิ้ลคาร์และ sliding car เส้นไปทางทิศใต้ มีทั้งหมด 7 ป้อม มีเฉพาะเคเบิ้ลคาร์ไปที่ป้อม ที่ 4 (ค่าเคเบิ้ลคาร์ ไป-กลับ 140 หยวน) เที่ยวเดียว 100 หยวน และมีความซันทางเดินน้อยกว่าเส้นทางทิศเหนือ ส่วนเวลาที่แนะนํา คือ เมษายนต้นฤดูใบไม้ผลิ และกันยายน-ตุลาคม ที่ใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าหน้าร้อนแดดอาจจะแรงเสียหน่อย ส่วนหน้าหิมะคงยากที่จะปีนป่าย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet