ประวัติของแมวตามถิ่นกำเนิดที่ cat lover ทั้งหลายควรรู้!

อะบิสซิเนียน (Abyssinian)

ประวัติของแมวตามถิ่นกำเนิดที่ cat lover ทั้งหลายควรรู้! ทั้งสายพันธุ์อะบิสซิเนียน (Abyssinian), อเมริกันเคิร์ล (American Curl), อเมริกันช็อร์ตแฮร์ (American Shorthair), อเมริกันไวร์แฮร์ (American Wirehair) และบาลินีส (Balinese)

อะบิสซิเนียน (Abyssinian)

อะบิสซิเนียน (Abyssinian)

เชื่อกันว่าเป็นแมวที่สืบเชื้อสายมาจากแมวอียิปต์โบราณที่มีอายุมากกว่า 4,000 ปี จากภาพสีน้ำโบราณ รูปปั้น รูปเคารพของชาวอียิปต์โบราณ ทําให้เห็นว่าลักษณะของอะบิสซิเนียน ในปัจจุบันคล้ายแมวอียิปต์โบราณที่ชื่อว่า แมวมัวอียิปต์ (Egyptian Mau) อย่างมาก

แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ระบุไว้แน่ชัดทําให้มีความเชื่อหนึ่งว่า ความจริงแล้วอะบิสซิเนียนเป็น แมวท้องถิ่นของประเทศอะบิสซิเนีย (เอธิโอเปียในปัจจุบัน) ก่อนจะถูกนําไปยังอังกฤษและพัฒนาสายพันธุ์ที่สหรัฐอเมริกาจนได้รับความนิยม

ลักษณะของเแมวพันธุ์อะบิสซิเนียน 

*หูแผ่กว้าง 6 ลายบริเวณหน้าผากเป็นรูปตัวเอ็ม (M)

*ดวงตาเป็นรูปอัลมอนด์ ขนรอบดวงตาจะสีอ่อนกว่าขนที่ลําตัว สีของดวงตาที่พบมากที่สุดคือเหลืองหรือเขียว

*หางเรียวยาวจากโคนถึงปลายหางจะเรียวเล็กลงเรื่อยๆ

*ขนาดตัวไม่ใหญ่มาก รูปร่างสง่างาม

*ขนเงางาม สลับกันสองสีในเส้นเดียวกัน สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน สีที่เป็นที่นิยมได้แก่ สีแดงเข้ม (red) สีน้ำตาลแดง (ruddy) สีเทาอมฟ้า (blue) และสีส้มอมชมพู (fawn)

อเมริกันเคิร์ล (American Curl)

อเมริกันเคิร์ล (American Curl)

แมวพันธุ์อเมริกันเคิร์ลค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1981 โดย โจและเกรซ รูกา เจ้าของฟาร์มแมวแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยชูลามิทและแพนด้านับเป็นแมวพันธุ์อเมริกันเคิร์ลคู่แรก โดยโจพบชูลามิทและแพนด้าตอนเป็นลูกแมวจรในละแวกบ้านจึงนํามาเลี้ยง แล้วพบว่าแมวทั้งสองตัวมีลักษณะพิเศษคือมีหูม้วนไปด้านหลัง ดูน่ารัก ไม่เหมือนแมวตัวอื่นๆ

ไม่นานชูลามิทก็ตกลูกครอกแรกออกมาเป็นแมวหูม้วนไปด้านหลังทั้งหมด จึงทําให้โจและเกรซ เจ้าของฟาร์มเริ่มต้นวิจัยและเพาะพันธุ์แมวพันธุ์อเมริกันเคิร์ลอย่างจริงจัง ทั้งนี้อเมริกันเคิร์ลได้รับการจดทะเบียนเป็นแมวสายพันธุ์ใหม่ของโลกในปี ค.ศ. 1986 และได้เข้าร่วมในการประกวดแมวโลกในปี ค.ศ. 1992 เป็นครั้งแรก

ลักษณะของแมวพันธ์อเมริกันเคิร์ล

*หูจะพลิกไปด้านหลังเมื่อแมวอายุ 2 สัปดาห์ และพลิกอย่างถาวรเมื่ออายุ 16 สัปดาห์

*สาเหตุที่หูพลิกเกิดจากการกลายพันธุ์ โดยหูจะม้วนไปข้างหลังอย่างน้อย 90 องศา แต่ไม่ถึง 180 องศา

*ตัวผู้จะตัวใหญ่และสง่างามมากกว่าตัวเมีย

*มีทั้งขนสั้นและขนยาว ขนจะนิ่ม เรียบ แน่น มีหลากหลายสีและหลายแบบ

อเมริกันช็อร์ตแฮร์ (American Shorthair)

อเมริกันช็อร์ตแฮร์ (American Shorthair)

เดิมแมวสายพันธุ์อเมริกันช็อร์ตแฮร์มีบรรพบุรุษเป็นแมวพื้นเมืองยุโรปมาก่อน ก่อนที่ชาวยุโรปจะนําแมวพื้นเมืองของตนมาผสมกับแมวพื้นบ้านอเมริกาจนมีลักษณะอย่างในปัจจุบัน ในงานประกวดแมวประจําปี ค.ศ. 1896 ลูกแมวพื้นเมืองที่ถูกผสมแล้วและมีลายคลาสสิกจะถูกเสนอขายในราคาสูงถึง 2,000 เหรียญ

ปี ค.ศ. 1966 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกจากแมวพื้นบ้านเป็นแมวสายพันธุ์อเมริกันช็อร์ตแฮร์ และเริ่มควบคุมมาตรฐานของสายพันธุ์เป็นครั้งแรก จนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จึงเริ่มนําเข้าแมวสายพันธุ์อื่นๆมาผสมกับพันธุ์อเมริกันช็อตแฮร์เพื่อให้มีสีขนและขนาดลําตัวหลากหลายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่ากับลักษณะดั้งเดิม

ลักษณะของแมวพันธุ์อเมริกันช็อร์ตแฮร์

*หัวมีลักษณะเป็นรูปไข่

*ตากลม สีเขียวมรกต

*หูขนาดปานกลาง ขอบเป็นทรงกลมมน

*มีสีและลวดลายของขนมากกว่า 80 แบบ เช่น ลายกระดองเต่า (tortoiseshell) ลายสามสี (tricolor) แต่ลายที่เป็นที่นิยมที่สุดคือลายสลิด (tabby)

*หางยาว ไม่งอ ไม่กุด

*ขนสั้น

 อเมริกันไวร์แฮร์ (American Wirehair)

 อเมริกันไวร์แฮร์ (American Wirehair)

แมวพันธุ์อเมริกันไวร์แฮร์เกิดจากการกลายพันธุ์ของแมวพันธุ์อเมริกันช็อร์ตแฮร์ในฟาร์มแห่งหนึ่งที่รัฐนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1966 ลักษณะเด่นของแมวสายพันธุ์นี้คือขนจะแข็งและหยาบตั้งแต่แรกเกิด และไม่พบการกลายพันธุ์ลักษณะนี้ในแมวสายพันธุ์อื่นๆ ขณะเดียวกันก็ไม่พบการกลายพันธุ์ของแมวพันธุ์อเมริกันช็อร์ตแฮร์ในประเทศอื่นๆเช่นกัน

อเมริกันไวร์แฮร์จดทะเบียนครั้งแรกกับ The Cat Fanciers Association ในปี ค.ศ. 1967 และได้เข้าร่วมประกวดแมวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1978

ลักษณะของแมวพันธุ์อเมริกันไวร์แฮร์

*หนวดมีลักษณะเป็นขดลวด ขนแข็งหยาบเหมือนลวดตั้งแต่เกิด

*หางยาว ไม่กุด ไม่ขอด

*ขนมีหลายสีหลายแบบเหมือนอเมริกันช็อร์ตแฮร์

บาลินีส (Balinese)

บาลินีส (Balinese)

ถึงแม้ว่าจะชื่อพันธุ์บาลินีส แต่ก็ไม่ได้มีถิ่นกําเนิดที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียแต่อย่างใด แมวพันธุ์บาลินีสค้นพบครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยถูกค้นพบครั้งแรกจากลูกแมววิเชียรมาศครอกหนึ่งที่นํามาจากประเทศไทยประมาณปี ค.ศ. 1800 ในช่วงแรกบาลินีสถูกเข้าใจว่าเป็นแมววิเชียรมาศ ในปี ค.ศ. 1920 จึงได้จดทะเบียนครั้งแรกด้วยชื่อ Long Haired Siamese

บาลินีีสเข้าร่วมงานประกวดแมวครั้งแรกกับ Cat Fanciers’ Federation ในปี ค.ศ. 1928 โดยช่วงปี ค.ศ. 1950 สหรัฐอเมริกาเริ่มพัฒนาแมวขนยาวให้มีมาตรฐานมากขึ้นจึงศึกษากันอย่างจริงจัง จนกระทั่งพบว่าแมววิเชียรมาศขนยาวนั้นเป็นคนละชนิดกับแมววิเชียรมาศขนสั้น จึงตั้งชื่อ วิเชียรมาศขนยาวใหม่ว่า “บาลินีส”

สาเหตุที่ชื่อบาลินีสเป็นเพราะหางของแมวบาลินีสเป็นพวงสวยงาม และท่วงท่าการเดินสง่างาม เหมือนนักเต้นรําบาหลี นักเพาะพันธุ์สัตว์ ซิลเวีย ฮอลแลนด์ ได้เริ่มต้นพัฒนาให้แมวบาหลีมีหลากหลายสีมากขึ้นจากเดิมที่มีแต่สีคลาสสิกเท่านั้น จนปัจจุบันมีสีช็อกโกแลต (Chocolate) สีเทาอมฟ้า (blue) และสีครีม (ceam)

ลักษณะของแมวพันธุ์บาลินีส

*แมวบาลินีสมีลักษณะเหมือนแมววิเชียรมาศคือแต้มสีที่จมูก หูทั้งสองข้าง ขาทั้งสี่ และหาง

*มีขนยาวเรียบ

*หัวเป็นรูปลิ่มค่อนข้างยาว ถ้ามองจากด้านหน้า (รวมหูด้วย) จะเป็นรูปสามเหลี่ยม

*หูค่อนข้างใหญ่ ฐานหูกว้าง

*ตาเป็นรูปเมล็ดอัลมอนด์ขนาดปานกลาง 

*สีตาเป็นสีน้ำเงินสดใส

Tagged : / / / /