ถิ่นกำเนิดและลักษณะของแมวมันช์กิน, แร็กดอลล์, สฟิงซ์ และสโนว์ชู

สฟิงซ์ (Sphynx)

ถิ่นกำเนิดและลักษณะของแมวมันช์กิน (Munchkin), แร็กดอลล์ (Ragdoll), สฟิงซ์ (Sphynx) และสโนว์ชู (Snowshoe)

มันช์กิน (Munchkin)

มันช์กิน (Munchkin)

แมวพันธุ์มันช์กินค้นพบครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประเทศเยอรมนี หลังจากนั้นไม่นานก็พบที่ประเทศรัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เดิมทีแมวพันธุ์นี้ถูกเรียกว่าแมวจิงโจ้ (Kangaroo Cat) ในปี ค.ศ. 1983 แซนดร้า โฮเซเนเดล ครูสอนดนตรีในรัฐลุยเซียนา พบแมวท้องแก่อยู่ใต้รถบรรทุกในละแวกบ้าน เธอได้รับเลี้ยงแมวตัวนั้นและตั้งชื่อว่าแบล็กเบอร์รี่

หลังจากนั้นแบล็กเบอร์รี่ก็ให้กําเนิดลูกแมวออกมาจํานวนหนึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งของลูกแมวครอกนั้นเป็นแมวที่มีขาสั้น แซนดร้าจึงมอบลูกแมวเพศผู้ที่มีขาสั้นให้เพื่อนของเธอที่ชื่อ เคย์ ลาเฟรนซ์ เคย์ตั้งชื่อลูกแมวตัวนั้นว่าตูลูส จึงถือว่าแบล็กเบอร์รี่และตูลูสเป็นแมวพันธุ์มันช์กินคู่แรก

แซนดร้าและเคย์ตั้งใจที่จะพัฒนาแมวขาสั้นพันธุ์นี้ให้ได้รับการจดทะเบียน จึงติดต่อไปที่ The International Cat Association (TICA) ซึ่งก็ได้รับการจดทะเบียนในชื่อมันช์กิน (Munchkin) ซึ่งชื่อสายพันธุ์มันช์กินนั้นมีที่มาจากชื่อของคนแคระในเรื่อง The Wizard of Oz นั่นเอง

ปัจจุบันแมวพันธุ์มันช์กินยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ The Cat Fanciers Association (CFA) เนื่องจากทาง CFA ถือว่าแมวขาสั้นเป็นแมวพิการแบบหนึ่งที่ชื่อว่า Achondroplasia แม้ว่าแมวมันช์กินจะไม่เคยแสดงอาการป่วยหรือปัญหาสุขภาพให้เห็นก็ตาม แต่ถือว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม จึงทําให้หลายๆสมาคมปฏิเสธที่จะขึ้นทะเบียนแมวสายพันธุ์นี้

ลักษณะของแมวพันธ์มันช์กิน

*เป็นแมวที่ขนาดกลางถึงเล็ก ตัวกลม

*ลักษณะเด่นคือเป็นแมวที่มีขาสั้น

*มีทั้งขนสั้นและขนยาว

*ดวงตากลมโต 2 ลักษณะขนมีหลากหลายลวดลายและหลากหลายสี

แร็กดอลล์ (Ragdoll)

แร็กดอลล์ (Ragdoll)

ชื่อสายพันธุ์แร็กดอลล์มาจากนิสัยของแมวพันธุ์นี้ เมื่อถูกอุ้มขึ้นมา มันจะชอบทิ้งตัวให้ห้อยไปมาเสมือนตุ๊กตาผ้าที่ไร้ชีวิต แร็กดอลล์ถุกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1960 ที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยโจเซฟิน แม่แมวพันธุ์แองโกรา (Angora Cat) ซึ่งมีสีขาวล้วนได้คลอดลูกแมวออกมาครอกหนึ่ง ซึ่งลูกแมวแต่ละตัวมีแต้มสีตามส่วนต่างๆของร่างกาย บางส่วนคล้ายแมววิเชียรมาศ แต่เจ้าของของโจเซฟินก็ไม่แน่ใจว่าพ่อแมวของแมวครอกนี้คือวิเชียรมาศ เบอร์แมน หรือเบอร์มีสกันแน่ เพราะที่บ้านของเขาล้วนมีแมวสายพันธุ์เหล่านั้นล้วนเป็นแมวเพศผู้ทั้งสิ้น

แอนน์ เบเกอร์ นักพัฒนาสายพันธุ์แมว ขอซื้อลูกแมวจากเจ้าของของโจเซฟินเพื่อนําลูกแมวเหล่านั้นมาพัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแรง และจะได้นําลูกแมวเหล่านั้นจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ได้ เบเกอร์ได้ตั้งชื่อสายพันธุ์ว่าแร็กดอลล์ และพยายามพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้รับการยอมรับ แต่สมาคมแมวต่างๆไม่ยอมจดทะเบียนแมวพันธุ์แร็กดอลล์ เพราะไม่ใช่แมวสายพันธุ์แท้ดั้งเดิม เบเกอร์จึงจัดตั้งสมาคมแมวพันธุ์แร็กดอลล์ (The International Ragdoll Cat Association) ของตนเองเมื่อปี ค.ศ. 1971

ปี ค.ศ. 1975 กลุ่มคนในสมาคมแมวพันธุ์แร็กดอลล์ซึ่งนําโดยคู่สามีภรรยา เดนนี่และลอรา เดย์ตัน ไม่สนับสนุนสมาคมอีกต่อไป พวกเขาหวังที่จะได้กําไรจากการทําให้แมวพันธุ์แร็กดอลล์เป็นที่รู้จักมากกว่านี้จึงตัดสินใจนําแมวคู่หนึ่งจากสมาคมมาเพาะและพัฒนาสายพันธุ์เอง จนได้รับการจดทะเบียนใน The Cat Fanciers’ Association (CFA) และ The Federation Internationale Feline (FIFe) ได้สําเร็จ

เมื่อแมวแร็กดอลล์ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว จึงทําให้เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ กลุ่มของเดย์ตันที่นําแมวแร็กดอลล์ไปจดทะเบียนได้สําเร็จ ตัดสินใจลาออกจากสมาคมแมวพันธุ์แร็กดอลล์ของเบเกอร์ เพื่อที่จะได้ไปพัฒนาแมวพันธุ์แร็กดอลล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ แต่เนื่องจากแมวพันธุ์แร็กดอลล์ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกและสมาคมก็ถูกจัดตั้งโดยเบเกอร์ จึงทําให้กลุ่มของเดย์ตันไม่สามารถพัฒนาแมวพันธุ์แร็กดอลล์ของตัวเองได้ พวกเขาจึงพัฒนาแมวพันธุ์แร็กดอลล์ให้มีลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิม และตั้งชื่อสายพันธุ์นั้นว่า แรกามัฟฟิน (Ragamuffin)

ลักษณะของแมวพันธุ์แร็กดอลล์

*มีโครงสร้างของร่างกายขนาดใหญ่

*ตาสีฟ้าสดใส

*ขนยาวและมีขนหนาแน่นมากที่สุดบริเวณเอว

*ขนที่บริเวณอุ้งเท้าไปจนถึงขาจะเป็นสีขาวเท่านั้น คล้ายสวมถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา

*สีของขนจะมีแค่ 8 สีเท่านั้น คือ สีน้ำตาล (Seal), สีเทาอมฟ้า (blue) , สีช็อกโกแลต (chocolate), สีม่วงแดง (lilac), สีแดงเข้ม (red), สีครีม (Cream), สีส้มอมชมพู (fawn) และสีน้ำตาลแดง (cinnamon)

สฟิงซ์ (Sphynx)

สฟิงซ์ (Sphynx)

เชื้อสายดั้งเดิมยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าความจริงแล้วแมวไร้ขนมีถิ่นกําเนิดอยู่ที่ใดกันแน่ บางทฤษฎีกล่าวว่ามีถิ่นกําเนิดที่อียิปต์ บางทฤษฎีกล่าวว่ามีถิ่นกําเนิดที่ฮาวาย อย่างไรก็ตาม แมวไร้ขนถูกนํามาเลี้ยงครั้งแรกที่ประเทศแคนาดา เมื่อปี ค.ศ. 1966 บรรดานักวิจัยจึงตั้งชื่อแมวสายพันธุ์นี้ว่า “Canadian Sphynx”

กิ ริยาดห์ บาวา จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโทรอนโต ได้ร่วมกับแม่ของเขาคือ ยาเนีย ซึ่งเป็นนักเพาะพันธุ์แมววิเชียรมาศและครอบครัวเท็นโฮเวส ร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์สฟิงซ์ ให้แข็งแรงเพียงพอจนสามารถขึ้นทะเบียนได้ แมวพันธุ์สฟิงซ์ได้รับการจดทะเบียนชั่วคราวกับ The Cat Fanciers’ Association (CFA) ก่อนที่ทะเบียนจะถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1971 เนื่องจากสายพันธุ์ยังไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ โดยปัญหาสําคัญในช่วงแรกของการพัฒนาสายพันธุ์คือลูกแมวแต่ละครอกมักจะตาย เนื่องจากยีนของสายพันธุ์ไม่แข็งแรง

ปี ค.ศ. 1980 มีการส่งแมวพันธุ์สฟิงซ์ไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อทําการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแรงขึ้นจนสามารถจดทะเบียนกับ The Cat Fanclers’ Association (CFA) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2002 ได้สําเร็จ

ลักษณะของแมวพันธ์สฟิงซ์

*หัวเป็นรูปลิ่ม หน้ายาวเล็กน้อย

*หูเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายหูมน

*ตารูปไข่ กลมโต

*ลําตัวยาว

*ดูเหมือนจะเป็นแมวไร้ขน แต่ความจริงแล้วแมวพันธุ์สฟิงซ์จะมีขนเส้นเล็กสั้นๆแนบสนิทกับผิวหนังอยู่

*ผิวหนังย่นบริเวณหน้าและขา

สโนว์ชู (Snowshoe)

สโนว์ (Snowshoe)

ชื่อสายพันธุ์สโนว์ชู (Snowshoe) ตั้งตามจุดเด่นของสายพันธุ์ที่จะมีอุ้งเท้าสีขาวเหมือนกันทั้งสี่ข้าง เหมือนเอาเท้าจุ่มหิมะอยู่ตลอดเวลา แมวพันธุ์สโนว์ซูค้นพบครั้งแรกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1960 โดย โดโรที ฮินด์ส-ดอเฮอร์ตี นักเพาะพันธุ์แมวพันธุ์วิเชียรมาศ

โดโรที ฮินด์ส-ดอเฮอร์ตี พบลูกแมววิเชียรมาศครอกหนึ่งที่มีอุ้งเท้าแต้มสีขาวล้วนแตกต่างจากแมวพันธุ์วิเชียรมาศทั่วไป จึงนําลูกแมวครอกนี้ไปโชว์ตามงานแมวต่างๆจนเป็นที่รู้จัก กระทั่ง วิกกี โอแลนเดอร์ นําแมวพันธุ์นี้ไปพัฒนาสายพันธุ์และได้ขึ้นทะเบียนในที่สุด

วิกกี โอแลนเดอร์ เป็นผู้พัฒนาแมวพันธุ์สโนว์ชูเป็นคนแรก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1974 เธอจึงสามารถนําแมวขึ้นทะเบียนใน Cat Fanciers Federation (CFF) และ American Cat Fanciers Association (ACFA) ได้สําเร็จ และเพื่อให้แมวพันธุ์สโนว์ชูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง วิกกี โอแลนเดอร์ จึงให้ จิม ฮอฟฟ์แมน และจอร์เจีย คูห์แนลล์ ผู้ชื่นชอบแมวพันธุ์นี้มาร่วมพัฒนาสายพันธุ์ร่วมกัน จึงทําให้สโนว์ซูชนะการประกวดของ CFF เมื่อปี ค.ศ. 1983

ปี ค.ศ. 1993 แมวสโนว์ชูได้ขึ้นทะเบียนกับ The International Cat Association (TICA) แต่ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนกับ The Cat Fanciers’ Association (CFA) ได้ เพราะมีคุณสมบัติของสายพันธุ์บางอย่างยังไม่ได้มาตรฐานของสมาคม ทั้งนี้ The Snowshoe Cat Club เป็นสมาคมแมวพันธุ์สโนว์ชูสมาคมแรกในอังกฤษ ก่อนจะมีสมาคม The Snowshoe Cat Society ก่อตั้งตามมาในปี ค.ศ. 2005

ลักษณะของแมวพันธุ์สโนว์

*รูปร่างสมส่วน ขนาดเท่ากับแมวสายพันธุ์ทั่วไป ดี ใบหน้ากว้าง จมูกยาวเล็กน้อย

*ตาสีฟ้าสดใส

*ขนสั้น

*หางยาว ไม่ขอด ไม่หักงอ

*อุ้งเท้าทั้งสี่ต้องเป็นสีขาวล้วนเท่านั้น

Tagged : / / /