มาทำความรู้จักกับน้องเหมียว 5 สายพันธุ์ที่เรารับรองว่าคุณต้องหลงรัก!

เจแปนนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail)

มาทำความรู้จักกับน้องเหมียว 5 สายพันธุ์ที่เรารับรองว่าคุณต้องหลงรัก! ทั้งเบอร์มีส (Burmese), ไชนีสหลีฮวา หรือ ดราก้อนลี่ (Chinese Li Hua or Dragon Li), เจแปนนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail), สิงหปุระ (Singapura) และเตอร์กิช แองโกรา (Turkish Angora)

เบอร์มีส (Burmese)

เบอร์มีส (Burmese)

ปี ค.ศ. 1930 โจเซฟ ทอมป์สัน ซื้อแมวสีน้ำตาลตัวหนึ่งจากประเทศพม่าไปยังแซนแฟรนซิสโก และตั้งชื่อแมวตัวนั้นว่า “วองมาว” โจเซฟ ทอมป์สัน ต้องการที่จะเพาะพันธุ์แมวสายพันธุ์ใหม่ๆจึงนําวองมาวที่ได้มาจากพม่าไปผสมกับไทมาวพันธุ์วิเชียรมาศ หลังจากนั้นวองมาวก็คลอดลูกออกมาเป็นแมวสายพันธุ์ใหม่ซึ่งเป็นลักษณะพื้นฐานของแมวพันธุ์เบอร์มีสในปัจจุบัน

เบอร์มีสได้รับความนิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นยังได้รับความนิยมในยุโรป เช่น อังกฤษอีกด้วย แม้ว่าเบอร์มีสจะมีลักษณะคล้ายแมวพันธุ์ศุภลักษณ์ในไทย แต่หากตรวจดีเอ็นเอแล้วจะพบว่าแมวสายพันธุ์นี้เป็นคนละสายพันธุ์กัน นอกจากสีขนที่ใกล้เคียงกันแล้ว ลักษณะอื่นๆ ต่างกันอย่างชัดเจน เช่น เบอร์มีสจะมีแต้มสีเข้มตามจุดต่างๆในร่างกายคล้ายวิเชียรมาศ สวนศุภลักษณ์จะไม่มี (เมื่อนําไปตรวจโดยละเอียดแล้วจะพบว่าศุภลักษณ์สายพันธุ์แท้จะไม่มีแต้มสีในส่วนใดๆของร่างกายเลย)

นอกจากแมวพันธุ์เบอร์มีสจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับแมวพันธุ์ศุภลักษณ์แล้ว หากนําแมวสองพันธุ์นี้มาผสมกันก็จะได้ลูกแมวพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งไปเลย ระหว่างเบอร์มีสกับศุภลักษณ์ หรือแมวสีดําล้วนพันธุ์โกญจาเท่านั้น เนื่องจากแมวพันธุ์เบอร์มีสมียืนสีดําแฝงอยู่ในตัวจึงทําให้ลูกแมวบางครอกออกมาเป็นสีดําล้วน และจะไม่มีแมวลูกครึ่งระหว่างสองพันธุ์นี้เกิดขึ้น

ข้อสันนิษฐานของนักวิจัยบางกลุ่มระบุว่า เบอร์มีสอาจเป็นแมวสายพันธุ์หนึ่งที่แยกมาจากแมวพันธุ์วิเชียรมาศ เนื่องจากเมื่อนําไปตรวจโดยละเอียดแล้วพบว่ามีลักษณะที่เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ (เช่น การแต้มสีตามจุดต่างๆในร่างกาย) จะมีจุดที่แตกต่างกันเล็กน้อยคือสีของดวงตาและสีขนที่เป็นสีพื้นเท่านั้น จากการสันนิษฐานตามการวิจัย ทําให้สามารถเชื่อได้ว่าในอดีตแมววิเชียรมาศและแมว เบอร์มีสน่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน เมื่อกาลเวลาผ่านไประยะเวลานานจึงแยกจากกันออกมาวิวัฒนาการ

ลักษณะของแมวพันธ์เบอร์มีส

*ขนสั้น สีขนที่เป็นสีพื้นจะเป็นน้ำตาลเข้ม

*บริเวณหู ใบหน้า ปลายขาทั้งสี่ข้าง และหาง จะมีสีน้ำตาลเข้มกว่าบริเวณลําตัวทั่วๆไปเช่นเดียวกับแมววิเชียรมาศ

*หัวค่อนข้างกลม และใบหน้ากว้างเล็กน้อย

*ตาสีเหลือง

*หางยาว

ไชนีสหลีฮวา หรือ ดราก้อนลี่ (Chinese Li Hua or Dragon Li)

ไชนีสหลีฮวา หรือ ดราก้อนลี่ (Chinese Li Hua or Dragon Li)

แมวพันธุ์ไชนีสหลีฮวา (Chinese Li Hua) มีอีกหลายชื่อที่รู้จักกันคือ ไชน่าหลีฮวา (China Li Hua), หลีฮวา (Li Hua), หลีฮวามาว (Li Hua Mau) แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ ดราก้อนลี (Dragon Li) แมวไชนีสหลีฮวาเป็นแมวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในประเทศจีนและอาศัยอยู่ในจีนมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว โดยมีวิวัฒนาการมาจากแมวภูเขาของจีน

แมวไชนีสหลีฮวาได้จดทะเบียนกับ The Cat Fanciers Association (CFA) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010

ลักษณะของแมวพันธุ์ไชนีสหลีฮวา

*ตัวขนาดกลางถึงใหญ่

*มีขนเพียงแบบเดียวนั่นคือลายสลิด (tabby)

*มีขนชี้ขึ้นบริเวณปลายหูเล็กน้อย 6 ดวงตาโตเป็นรูปอัลมอนด์

*ตาสีเหลืองสดใส

*หางยาว

เจแปนนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail)

เจแปนนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail)

ตํานานญี่ปุ่นโบราณเล่าว่า สาเหตุที่แมวเจแปนนิสบ็อบเทลมีหางสั้นเป็นเพราะมีแมวตัวหนึ่งไปนอนใกล้ๆกับเตาไฟ แล้วหางของมันเข้าไปในเตาไฟจนติดไฟ แมวตกใจจึงวิ่งไปบนถนนในเมือง ไฟจึงไหม้ไปทั่วเมือง จักรพรรดิโกรธที่มีไฟไหม้ในเมือง จึงประกาศให้ตัดหางแมวทุกตัวเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดไฟไหม้อีกครั้ง

แมวสามสีหางสั้น (ลักษณะของแมวพันธุ์เจแปนนิสบ็อบเทล) ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 เนื่องจากมีการค้นพบภาพวาดที่มีแมวสามสีหางสั้นอยู่ในภาพวาดนั้นด้วย

แมวสามสีคือแมวที่มีขนสีขาวเป็นพื้น แต้มสีเป็นสีดําและสีแดง หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า มิเกะ (Mi-ke) เป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นอย่างมากโดยเฉพาะแมวสามสีที่มีหางสั้น แมวเหล่านี้จะถูกเลี้ยงไว้ในวัดหรือในเขตวังของจักรพรรดิเพื่อความเป็นมงคล ชาวบ้านทั่วไปเริ่มเลี้ยงแมวพันธุ์เจแปนนิสบ็อบเทลในบ้านเรือนเพื่อป้องกันหนูที่มากัดแทะผ้าไหมและผลผลิตทางการเกษตร

ปี ค.ศ. 1968 แมวพันธุ์เจแปนิสบ็อบเทลถูกนําไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนเลี้ยงแมวมากนัก สามารถพบแมวเจแปนนิสบ็อบเทลได้ตามงานประกวดแมว หรืองานแสดงแมวนานาชาติเท่านั้น

แมวพันธุ์เจแปนนิสบ๊อบเทลมีทั้งขนสั้นและขนยาว แต่ขนยาวเป็นยีนด้อยจึงไม่ค่อยพบเห็นได้ทั่วไปนัก อาจจะพบเห็นได้บ้างในบางจังหวัดของประเทศญี่ปุ่นที่มีอากาศหนาวเย็นอยู่ตลอด

ปัจจุบันแมวพันธุ์เจแปนนิสบ๊อบเทลได้รับการจดทะเบียนกับสมาคมแมวที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น that Fanciers’ Association (CFA), The International Cat Association (TICA), The Asian Cat Association (ACA), American Association of Cat Enthusiasts (AACE) เป็นต้น

ลักษณะของแมวพันธุ์เจแปนนิสบอบเทล

*ลําตัวขนาดใหญ่ เพศผู้จะตัวใหญ่กว่าเพศเมีย

*ใบหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม (ไม่รวมส่วนหู)

*ใบหูกว้างใหญ่พอประมาณ

*ดวงตาเป็นรูปไข่

*ขายาวเรียว ขาหลังจะยาวกว่าขาหน้า

*มีทั้งขนยาวและขนสั้น

*ความยาวของหางประมาณ 1 ส่วนของความยาวหางปกติ

สิงหปุระ (Singapura)

สิงหปุระ (Singapura)

สิงหปุระ (Singapura) เป็นแมวที่มีถิ่นกําเนิดที่ประเทศสิงคโปร์ ถือว่าเป็นแมวที่หายากที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก โดยสิงหปุระนี้เป็นแมวบ้านที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 2-4 กิโลกรัมเท่านั้น

สิงหปุระถูกนําเข้าไปในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1971 จากนั้นได้พัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมาจนได้ขึ้นทะเบียนกับ The Cat Fanciers’ Association (CFA) เมื่อปี ค.ศ. 1982 และได้รับรางวัลประกวดแมวโลกเมื่อปี ค.ศ. 1988

เนื่องจากไม่มีการผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวพันธุ์อื่น ทําให้ทั่วโลกมีแมวสิงหปุระเพียงแค่ 2,000 ตัวเท่านั้น

ลักษณะของแมวพันธุ์สิงหปุระ

*หูแผ่กว้างขนาดใหญ่

*มีขนเพียงสีเดียวนั่นคือสีน้ําตาลแต้มสีงาช้างนี้

*ดวงตากลมโต

*บริเวณขาหน้าด้านในและเข่าด้านนอกมีแต้มสีเข้มเป็นแถบๆ

เตอร์กิช แองโกรา (Turkish Angora)

เตอร์กิช แองโกรา (Turkish Angora)

ไม่สามารถระบุได้ว่าแมวพันธุ์เตอร์กิชแองโกรานั้นเกิดขึ้นที่ประเทศไหน รู้เพียงแค่ว่าพบแมวพันธุ์นี้ครั้งแรกที่เมืองแองโกรา ประเทศตุรกี นอกจากแมวพันธุ์เตอร์กิชแองโกราแล้ว ยังมีกระต่ายพันธุ์แองโกราที่มีถิ่นกําเนิดอยู่ที่เมืองนี้ด้วย

แมวพันธุ์เตอร์กิชแองโกราถูกนําเข้าไปยังอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 และนําไปแสดงในงานแสดงแมวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาช่วงปลายศตวรรษที่ 17 โดยในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 รัฐบาลตุรกีได้ร่วมมือกับสวนสัตว์แองโกราปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์แมวเตอร์กิชแองโกราให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น และได้ขึ้นทะเบียนกับ The Cat Fanciers’ Association (CFA) เมื่อปี ค.ศ. 1970

ลักษณะของแมวพันธุ์เตอร์กิช แองโกรา

*ขนนุ่มและยาว รูปร่างสง่างาม

*แม้ว่าขนสีขาวล้วนจะเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ความจริงแล้วแมวพันธุ์เตอร์กิชแองโกรามีขนหลากหลายสีเช่นเดียว กับแมวพันธุ์อื่นๆ

*ดวงตาเป็นรูปอัลมอนด์ มีหลากหลายสี อาจเป็นสีฟ้า สีเหลืองอําพัน สีเขียว หรืออาจจะมีตาข้างละสีก็ได้

*หูกว้าง ปลายหูแหลม 

*หางยาว และขนบริเวณหางจะยาวและเบาเหมือนขนนก

Tagged : / / / /