สงครามครูเสด (Crusade War) สงครามที่ใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างในการกำจัดศัตรูทางการเมือง

สงครามครูเสด (Crusade War)

การจัดการพวกนอกรีตในสายตาของฝ่ายคริสต์เกิดขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสันอีกครั้งหนึ่งช่วงศตวรรษที่ 8 – 9 เมื่อกษัตริย์ชาร์เลอมาญ (Charlemagne) กษัตริย์ชาวแฟรงค์ (Frank) พยายามจะสถาปนาอํานาจเช่นในสมัยจักรวรรดิโรมันกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เมื่อสามารถรวบรวมเขตแดนของอาณาจักรต่างๆในยุโรปตอนกลางเข้ามาอยู่ภายใต้อํานาจได้แล้ว จึงรวมอาณาจักรเหล่านั้นสถาปนาเป็นจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์  Continue reading สงครามครูเสด (Crusade War) สงครามที่ใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างในการกำจัดศัตรูทางการเมือง

สงครามกวาดล้างลัทธิเพกัน (Pagan) ลัทธิเถื่อนนอกรีตที่ศาสนาคริสต์ไม่ให้การยอมรับ

Priest

เรื่องของ วิตช์ หรือ วิซาร์ด นี้เริ่มเกิดขึ้นมาเมื่อใดไม่แน่ชัดนัก แต่ในบันทึกบางแห่งได้กล่าวถึงคนประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาลแล้ว โดยเล่าว่าบุคคลประเภทดังกล่าวนี้เป็นคนพเนจรที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป เป็นบุคคลลึกลับที่มักเดินทางผ่านไปตามหมู่บ้านต่างๆตามเมืองต่างๆ โดยมีกระเป๋าสัมภาระหรือกล่องไม้ที่ใช้บรรจุข้าวของเพียงใบเดียว แต่ภายในมีเครื่องใช้ไม้สอยแปลกตา มีเครื่องรางต่างๆนานา และมีอุปกรณ์สําหรับการประกอบพิธีกรรมบางอย่าง Continue reading สงครามกวาดล้างลัทธิเพกัน (Pagan) ลัทธิเถื่อนนอกรีตที่ศาสนาคริสต์ไม่ให้การยอมรับ

บทบาทของผู้วิเศษ แม่มด พ่อมด และหมอผีในยุคโบราณ

Magician

กล่าวถึงความเชื่อในเรื่องเวทมนตร์คาถาและอํานาจเหนือธรรมชาติแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีมาแต่ดึกดําบรรพ์ ไม่ว่าที่ไหนหรือแห่งหนใดก็ตามในโลกนี้ก็มักมีความเชื่อเรื่องนี้เหมือนกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะในสังคมซึ่งอ้างว่ามีความเป็นอารยะ หรือพวกที่ถูกหาว่าเป็นคนป่าคนเถื่อนที่ไร้อารยธรรม ก็ล้วนแล้วแต่มีความเชื่อเรื่องนี้อยู่ในสังคมนั้นๆทั้งสิ้น และไม่มีทางที่จะขจัดเรื่องเหล่านี้ออกไปจากสังคมนั้นๆได้อย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม Continue reading บทบาทของผู้วิเศษ แม่มด พ่อมด และหมอผีในยุคโบราณ

ปริศนาภาพวาดคนเลี้ยงแกะแห่งอาร์คาเดียของ Nicolas Poussin

rennes-le-chateau

ภายหลังจากที่ แมรี เดอนาร์โน เสียชีวิตลงแล้ว โนแอล คอร์บู กับครอบครัวก็ปักหลักอยู่ที่เรนน์ เลอ ชาโต ต่อไปและเลิกทํากิจการน้ำตาลในโมร็อกโกที่ทําอยู่ลงอย่างถาวร หันมาทําธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเรนน์ เลอ ชาโต แทน จนกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินอย่างเป็นกอบเป็นกําให้แก่เขามากกว่าธุรกิจเดิมเสียอีก ด้วยจํานวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปศึกษา ค้นคว้า และสัมผัสเรื่องราวที่ร่ำลือกันของสถานที่ซึ่งได้รับการโจษขานกันมานานนับศตวรรษแห่งนี้ Continue reading ปริศนาภาพวาดคนเลี้ยงแกะแห่งอาร์คาเดียของ Nicolas Poussin

พระโซนิแยร์ ผู้ค้นพบปริศนาที่ซ่อนอยู่ภายในปราสาท เรนน์ เลอ ชาโต

ปราสาท เรนน์ เลอ ชาโต

สําหรับเบื้องหลังในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพระเบรองเจอร์ โซนิแยร์ นี้ในหนังสือสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์และจอกศักดิ์สิทธิ์ของ ไบเจนต์ ลี และ ลินคอล์น กล่าวว่าท่านได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่อันเป็นสมบัติล้ำค่าตามที่เล่าลือกัน นั่นก็คือความลับซึ่ง แมรี เดอ เนรเกรดาเบลส ให้พระอังตวน บิก เป็นผู้เก็บซ่อนคนต่อไปนั่นเอง แม้ว่าพระบิกจะไม่ได้บอกที่ซ่อนความลับนี้แก่พระโซนิแยร์ด้วยตนเอง แต่ก็ตั้งปริศนาเพื่อบอกที่ซ่อนเอาไว้ และพระโซนิแยร์ก็เป็นผู้ตีปริศนาซึ่งสลักไว้บนแผ่นหินเหนือหลุมศพของ แมรี เดอ เนรเกร ดาเบลส จนแตก และสามารถค้นพบแผ่นหนังซึ่งเป็นบันทึกโบราณ จํานวน 4 แผ่นที่ซ่อนอยู่ตรงฐานเสาหินโบราณในโบสถ์ Continue reading พระโซนิแยร์ ผู้ค้นพบปริศนาที่ซ่อนอยู่ภายในปราสาท เรนน์ เลอ ชาโต

เหตุการณ์ที่ เรนน์ เลอ ชาโต Rennes le Chateau หลังการปฎิวัติในฝรั่งเศส

เรนน์ เลอ ชาโต

ภายหลังจากที่การปฏิวัติสําเร็จลงในปี ค.ศ. 1799 ทรัพย์สมบัติของเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางต่างๆต้องถูกยึดเข้ารัฐไปจนหมดสิ้น ซึ่ง เรนน์ เลอ ชาโต ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ถูกชาวบ้านบุกเข้ายึด และเข้าไปรื้อค้นเพื่อหาทรัพย์สมบัติและสิ่งล้ำค่าตามคําเล่าลือ แต่ก็ไม่มีใครพบสมบัติล้ำค่าดังที่ว่าเลยสักรายเดียว มีเพียงทรัพย์สินเงินทองหรือของตกแต่งบางอย่างที่พอจะมีราคาค่างวดบ้างเท่านั้นที่สามารถหยิบติดมือไปได้ โดยที่ไม่มีใครสนใจเลยว่าบนแผ่นหินเหนือหลุมฝังศพของแมรี เดอ เนรเกร ดาเบลส นั้น ได้สลักข้อความอะไรเอาไว้ และที่ฐานเสาหินโบราณต้นหนึ่งในโบสถ์พระ บิกได้ซ่อนอะไรเอาไว้ Continue reading เหตุการณ์ที่ เรนน์ เลอ ชาโต Rennes le Chateau หลังการปฎิวัติในฝรั่งเศส

ความลับเรื่องผู้พิทักษ์ปราสาท เรนน์ เลอ ชาโต

เหตุการณ์การกวาดล้างนิกายคาธาร์

ในช่วงศตวรรษที่ 12 – 13 บริเวณเขตอํานาจของ เคาน์ต แห่ง ตูลูส ได้กลายเป็นดินแดนศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายคาธาร์ (Cathar) ที่ต่อมาได้ถูกทางคริสตจักรสั่งให้กวาดล้างชาวบ้านแถบนี้ที่นับถือนิกายคาธาร์ โดยเลือกชุมชนแห่งหนึ่งชื่อว่า อัลไบ (Albi) ในจังหวัดลองกูดอคเพื่อจะให้เป็นตัวอย่างในการกําราบผู้ที่นับถือนิกายนี้ ซึ่งทางคริสตจักรกล่าวหาว่านิกายนี้เป็นลัทธินอกรีต ทั้งที่ชาวคาธาร์ก็เป็นชาวคริสต์เช่นกันเพียงแต่มีความเชื่อซึ่งไม่เป็นไปตามคําประกาศของคริสตจักรกลางเท่านั้น จึงมีความเชื่อกันว่าการกวาดล้างครั้งนั้นเป็นการตีวัวกระทบคราดไปยังกลุ่มความเชื่อที่ไม่อยู่ในแถวในแนวของคริสตจักรช่วงเวลานั้นมากกว่า เช่นกลุ่ม ไนต์ส เทมปลาร์ เป็นต้น Continue reading ความลับเรื่องผู้พิทักษ์ปราสาท เรนน์ เลอ ชาโต

บันทึกเร้นลับที่ปราสาทโบราณ เรนน์ เลจ ชาโต (Rennes le Chateau)

Rennes le Chateau

กล่าวถึงสถานที่ที่มักถูกนํามาอ้างอิงอยู่เป็นประจําในหมู่ผู้ซึ่งสนใจ เรื่องราวของ “สายโลหิตศักดิ์สิทธิ์และจอกศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Blood and the Holy Grail)” สถานที่แห่งนั้นก็คือ เรนน์ เลอ ชาโต (Rennes le Chateau) ปราสาทที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานตั้งแต่ยุคสมัยโรมันมาจนกระทั่งถึงยุคสมัยกลาง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส บริเวณกล้กับเทือกเขาพิเรนีสพรมแดนกั้นระหว่างฝรั่งเศสกับสเปน Continue reading บันทึกเร้นลับที่ปราสาทโบราณ เรนน์ เลจ ชาโต (Rennes le Chateau)

การล่มสลายของ Knights Templar กลุ่มอัศวินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 13

Knights Templar Death

ธุรกิจอันเฟื่องฟูเหล่านี้ของ ไนต์ส เทมปลาร์ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้า หากไม่มีคริสตจักรคอยหนุนหลังอยู่ นอกจากนี้คริสตจักรก็ยังเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่ม ไนต์ส เทมปลาร์ ด้วยการยกเว้นภาษีหรือเงินอุดหนุนศาสนา ซึ่งประชาชน ขุนนาง และเชื้อพระวงศ์ต่างๆ ต่างก็ต้องจ่ายเงินเหล่านั้นให้แก่ทางศาสนจักรเป็นธรรมเนียมอีกด้วย และไม่เพียงได้รับการยกเว้นภาษีหรือเงินอุดหนุนเหล่านี้เท่านั้น บางครั้งไนต์ส เทมปลาร์ ยังทําหน้าที่เป็นคนคอยเก็บภาษีและทวงเงินอุดหนุนที่ติดค้างจากกษัตริย์และขุนนางต่างๆที่ชอบค้างภาษีให้แก่ฝ่ายศาสนจักรด้วยเช่นกัน Continue reading การล่มสลายของ Knights Templar กลุ่มอัศวินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 13

ไนต์ส เทมปลาร์ (Knights Templar) กับการค้นพบขุมทรัพย์ปริศนา

Freemasonry

เรื่องของความรู้ขั้นสูงนั้นยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งซึ่งมีผู้เสนอว่าความรู้ที่ ไนต์ส เทมปลาร์ ค้นพบอาจเกี่ยวกับ “ความลับของสถาปัตยกรรม” ก็เป็นได้ ทฤษฎีนี้นําความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม ไนต์ส เทมปลาร์ กับสมาคมลับอีกกลุ่มคือ ฟรีเมสันรี (Freemasonry) หรือ “ภราดรช่างหิน” ที่สิ่งก่อสร้าง ต่างๆของ ไนต์ส เทมปลาร์ ล้วนสร้างขึ้นโดยคนกลุ่มนี้ทั้งสิ้น กลุ่มฟรีเมสันรีมีบทบาทสูงมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เนื่องจากเป็นผู้กุมความรู้ในการสร้างสถาปัตยกรรมต่างๆ และมีความเชื่อว่าคนกลุ่มนี้ต้องค้นพบความรู้อะไรบางอย่างจึงทําให้พวกเขาสามารถจะรังสรรค์สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งน่าอัศจรรย์ต่างๆขึ้นมาบนโลกนี้ได้ ตัวอย่างก็คือการสร้าง ปิรามิด (Pyramid) เป็นต้น Continue reading ไนต์ส เทมปลาร์ (Knights Templar) กับการค้นพบขุมทรัพย์ปริศนา